รัฐบาลสั่งเข้ม "ผู้ค้าน้ำมัน" ต้องรายงานราคา-สต็อกน้ำมัน ทุกวัน

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงพลังงาน สั่งเข้มผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศต้องเปิดเผยราคาขายส่งและรายงานปริมาณสต๊อกทุกวัน

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศของ กระทรวงพลังงาน เรื่อง “กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการดำเนินการค้าของผู้ค้าน้ำมัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พ.ศ.2569”

ประกาศดังกล่าวมีสาระสำคัญว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล และ อิหร่าน มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเกิดการตอบโต้ทางทหารโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์หลายแห่งในตะวันออกกลาง

 

รัฐบาลสั่งเข้ม ผู้ค้าน้ำมัน ต้องรายงานราคา-สต็อกน้ำมัน ทุกวัน

รัฐบาลสั่งเข้ม ผู้ค้าน้ำมัน ต้องรายงานราคา-สต็อกน้ำมัน ทุกวัน

 

นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าใน อ่าวเปอร์เซีย และ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อีกทั้งยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลพบว่า ผู้ค้าน้ำมันบางรายจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากหน้าโรงกลั่น หรือ คลังน้ำมันในราคาที่สูงกว่าราคาขายปลีกที่สถานีบริการ ทำให้ผู้ค้ารายย่อยไม่สามารถจัดหาน้ำมันไปจำหน่ายให้ประชาชนได้เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 และการประชุมหารือสถานการณ์พลังงานเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจึงออกประกาศกำหนดมาตรการสำคัญ ดังนี้

1. บังคับเปิดเผยราคาขายส่งและสต๊อกน้ำมัน

ผู้ค้าน้ำมันต้องแสดงราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละวัน ที่หน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง โดยต้องแสดงหน่วยเป็นบาทต่อลิตร และลิตร พร้อมตัวเลขอารบิกอย่างชัดเจน
 

2. รายงานข้อมูลต่อรัฐทุกวัน

ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานราคาจำหน่ายและปริมาณน้ำมันคงเหลือต่ออธิบดี กรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน ตามรูปแบบที่กำหนด

3. ควบคุมราคาขายส่ง

ผู้ค้าน้ำมันต้องจำหน่ายน้ำมันในราคาที่ไม่สูงกว่าโครงสร้างราคาที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) ประกาศแนะนำบนเว็บไซต์

สำหรับคลังน้ำมันในต่างจังหวัดสามารถรวมค่าขนส่งตามโครงสร้างราคาที่กำหนดได้

4. โรงกลั่นต้องรายงานต้นทุนการผลิต

โรงกลั่นน้ำมันต้องรายงานต้นทุนการกลั่นน้ำมันดิบต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ทุกวันศุกร์ก่อนเวลา 12.00 น. โดยต้องแจ้งรายละเอียด เช่น

ราคาน้ำมันดิบ

ค่าขนส่งและค่าระวางเรือ

ค่าประกันภัย

ค่าธรรมเนียมและภาษี

ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าแรง

ค่าซ่อมบำรุง

ค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย

5. รายงานข้อมูลการขนส่งน้ำมัน

ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานข้อมูลการจำหน่ายหรือขนถ่ายน้ำมัน พร้อมสำเนาเอกสารการขนส่งเข้าสู่ระบบตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของกรมธุรกิจพลังงานทุกครั้ง

เป้าหมายของมาตรการ

กระทรวงพลังงานระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ประกาศดังกล่าว ลงนามโดย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

รัฐบาลสั่งเข้ม ผู้ค้าน้ำมัน ต้องรายงานราคา-สต็อกน้ำมัน ทุกวัน

 

รัฐบาลสั่งเข้ม ผู้ค้าน้ำมัน ต้องรายงานราคา-สต็อกน้ำมัน ทุกวัน

 

รัฐบาลสั่งเข้ม ผู้ค้าน้ำมัน ต้องรายงานราคา-สต็อกน้ำมัน ทุกวัน

 

อ่านราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็ม