- 28 มี.ค. 2569
สาวร้อง สายไหมต้องรอด กลุ่มชายฉกรรจ์บุกค้นบ้าน อ้างตัวเป็นตำรวจสืบสวน สภ.ปทุม ก่อนอุ้มรีดทรัพย์ ทอง 2 บาท ร้องศูนย์ดำรงธรรมกลับถูกปฏิเสธ
วันนี้ 28 มี.ค. เวลา 10.30 น. ผู้เสียหาย วัย 29 ปี เจ้าของธุรกิจโต๊ะสนุ๊กย่านปทุมธานี เดินทางเข้าร้องต่อนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์บุกเข้าบ้าน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ บุกเข้าตรวจค้นก่อนอุ้มตัวไปรีดทรัพย์
นางเอ เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค. เวลาประมาณ 07.28 น. ที่เกิดเหตุ คลอง 13 ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี ขณะที่ตนกับแฟนและลูกสาววัย 13 ปี และลูกชายวัย 5 ขวบ กำลังพักผ่อนและทำกิจกรรมอยู่ภายในบ้านกันตามปกติ ได้มีรถเก๋งสีขาว และรถตู้ 1 คัน ขับมาจอดหน้าบ้าน ก่อนจะมีกลุ่มชายประมาณ 7-8 คน ลงจากรถ บุกเข้ามาในบ้านทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านแต่อย่างใด และได้มีการเดินอ้อมไปทางข้างห้องของลูกสาวตน เพื่อเรียกลูกสาวตนซึ่งเป็นเด็กให้ออกมา ก่อนตนเองจะเดินมาพบกลุ่มชายดังกล่าวพอดี กลุ่มชายดังกล่าวจึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ พร้อมกับหยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งใบ ซึ่งอ้างว่าเป็นหมายศาลและทำการอ่านหมายแต่ไม่ให้ตนเองได้ดู ก่อนทำการบุกเข้าตรวจค้นบ้านของเธอ โดยที่ไม่รู้ว่าในบ้านมีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใด ๆ แต่ก่อนที่กลุ่มชายดังกล่าวจะออกจากบ้านนั้น พวกเขาได้พบสมุดบันทึกรายชื่อกู้ยืมเงิน ซึ่งนางเอ กล่าวว่าเป็นเพียงรายชื่อลูกหนี้ที่ได้มีการกู้ยืมเงินไป จึงต้องจดบันทึกเอาไว้ กลุ่มชายดังกล่าวจึงบอกว่านี่แหละคือสิ่งผิดกฎหมาย การปล่อยกู้เงินโดยไม่ได้รับอนุญาต และขู่ว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้มาจากการปล่อยกู้จะต้องถูกยึด ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือรถ ต้องไปเคลียร์กันที่โรงพัก
จึงได้มีการคุมตัวเธอและแฟนขึ้นรถตู้ พามายัง สภ.ปทุมธานี ก่อนคุมตัวเข้าห้องสืบสวน และยึดโทรศัพท์ของเธอ ขู่ให้บอกรหัสโทรศัพท์และรหัสบัญชีธนาคาร เพื่อเอาไปเช็กยอดเงินในบัญชี ซึ่งเธอมีเงินเพียง 10,000 บาท แฟนมีเพียง 300 บาท
จากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวจึงเสนอให้เธอต้องหาเงินมาจ่าย 200,000 บาท โดยมีการข่มขู่ว่าหากไม่ยินยอมจ่ายเงิน จะถูกดำเนินคดีในข้อหาปล่อยเงินกู้โดยไม่ได้รับอนุญาต และจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในตอนนี้ทันที
มีการข่มขู่ที่จะคัดค้านการประกันตัวและยึดทรัพย์สิน ผู้เสียหายจึงตอบว่าไม่มีเงิน และหากผิดก็ยอมติดคุก จากนั้นกลุ่มชายได้เสนอโปรโมชั่นพิเศษว่า หากภายใน 10 นาที สามารถหาเงินมาได้ 100,000 บาท จะปล่อยตัวให้กลับไปหาลูกที่บ้าน หากหาไม่ได้จะถูกนำตัวไปฝากขัง คัดค้านการประกันตัวและยึดทรัพย์สิน พร้อมข่มขู่ให้คิดให้ดี หากติดคุก ลูกสองคนจะอยู่ยังไง
ผู้เสียหายจึงตัดสินใจบอกว่าตนไม่มีเงิน มีทองอยู่เพียง 2 บาท เพื่อที่จะได้จบปัญหาตรงนี้และจะรีบกลับไปหาลูก ๆ ซึ่งอยู่บ้านกันเพียงลำพังสองคน กลุ่มชายเมื่อได้ยินว่ามีทอง 2 บาท จึงแสดงความสนใจและสอบถามทันทีว่าทองอยู่ที่ไหน ผู้เสียหายแจ้งว่าทองอยู่ที่บ้าน จากนั้นกลุ่มชายได้พาผู้เสียหายขับรถกลับมาจอดที่หน้าปากซอยบ้านของเธอ ในเวลา 16.44 น. และให้เธอโทรบอกลูกสาวคนโตให้ไปหยิบทอง 2 บาท ออกมาให้ พอมาถึงก็เปิดหน้าต่างให้ลูกสาวยื่นทองให้ทางหน้าต่างรถ และให้ลูกเดินกลับไปก่อน จากนั้นจึงได้มีการขับรถไปจอดที่ป่าหญ้าข้างหอพัก เพื่อปล่อยตัวเธอและแฟน แต่ยังไม่จบ ชายอ้างตัวเป็นตำรวจขอแสดงน้ำใจคืนเงินให้เธอ 10,000 บาท พร้อมกล่าวว่าเห็นเงินในบัญชีมีแค่นี้ เลยอยากจะคืนให้เอาไว้ไปเลี้ยงลูก ๆ นะ
ต่อมาเช้าวันที่ 26 มี.ค. ได้นำเรื่องนี้ไปร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี เธอได้เล่าเหตุการณ์พร้อมเปิดหลักฐานกล้องวงจรปิดให้ดูทุกอย่าง แต่กลับถูกปฏิเสธให้ความช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้คำตอบเธอว่า เธอโดนตำรวจ สภ.ปทุมธานี ข่มขู่รีดเงิน แล้วคิดว่าถ้าเราช่วยเราต้องส่งเรื่องไปที่ไหน ก็ต้อง สภ.ปทุมธานี แล้วคิดว่าตำรวจที่นั่นจะออกหมายจับตัวเองหรือ และได้ให้เธอไปหาที่ร้องเรียนที่อื่นที่จะช่วยได้
เธอจึงได้ตัดสินใจเข้าขอความช่วยเหลือต่อเพจสายไหมต้องรอด ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ได้กล่าวว่า บ่ายนี้จะให้ทีมงานพาไปแจ้งความ สภ.ในท้องที่ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็น สภ.ธัญญบุรี และจะประสานขอความช่วยเหลือไปยังผู้บังคับการตำรวจ จ.ปทุมธานี และ ผกก. สภ.ธัญญบุรี เพื่อช่วยตรวจสอบและดำเนินคดีกับกลุ่มชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเป็นจริงจะถือว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง และต้องได้รับโทษหนักกว่าคนทั่วไป






