- 29 มี.ค. 2569
เอาแล้วไง "ชูษี เชิญยิ้ม" ลั่น "ที่ใดมีผลประโยชน์ ที่นั่นย่อมมีคนตอแxx" เล่าเบื้องหลังตลก "เมียมารับงานจนวงแตก"
ยังคงเป็นประเด็นที่ร้อนแรงต่อเนื่อง สำหรับดราม่าในวงการตลกที่เกิดขึ้นภายหลัง ไอซ์ ภรรยาของ เหน่ง เหม่งจ๋าย ออกมาโพสต์ข้อความปริศนาในทำนอง “เลิกสร้างภาพ” จนทำให้หลายคนโยงไปถึงบุคคลในวงการ ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงภายหลังว่า ข้อความดังกล่าว ไม่ได้หมายถึง “บอล เชิญยิ้ม” แต่อย่างใด
ล่าสุด กระแสดังกล่าวยิ่งถูกจับตาหนักขึ้น เมื่อ ชูษี เชิญยิ้ม ออกมาไลฟ์สดขณะขับรถ พร้อมแสดงความคิดเห็นถึงดราม่าที่กำลังเกิดขึ้นในวงการตลก โดยยอมรับตรง ๆ ว่า คนในวงการต่างรู้กันดีว่าใครเป็นอย่างไร และหลายเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดออกมาตรง ๆ ก็เข้าใจกันอยู่แล้ว
“ตลกเขารักกัน มีอะไรเขารู้กันทันที แค่อ้าปากเขารู้แล้วใครเป็นคนยังไง เรื่องพี่เหน่งไม่อยากพูดอะไรมากมาย เดี๋ยวจะหาว่าไม่เลิกเกาะกระแสกันอีกเหรอ ได้ข่าวลงเฟซกันน่าดู ผมจะบอกว่า บอล เชิญยิ้ม เป็นเด็กดี เหน่ง เหม่งจ๋าย ก็เป็นเด็กดี”
ชูษียังกล่าวถึงบรรยากาศในงานศพของ เหน่ง เหม่งจ๋าย โดยมองว่า แม้เจ้าตัวอาจไม่ได้เป็นซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้า แต่สิ่งที่ทำให้งานศพออกมาสมเกียรติและมีผู้คนในวงการไปร่วมจำนวนมาก เป็นเพราะความรักและความเอ็นดูที่คนในวงการมีให้กัน
“เหน่ง พูดตามตรงก็ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ ไม่ได้ครึ่งพี่โรเบิร์ต สายควัน เลย แต่ทำไมศพสวย เพราะบารมี บอล เชิญยิ้ม และพี่ใหญ่ในวงการคือพี่หม่ำ จ๊กมก พี่โน้ต พี่เป็ด ตลกเขารักกัน อุ้มชูกัน ไม่ว่าคุณจะดังไม่ดัง คนดีโดยมากศพจะสวย”
นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า คนในวงการตลกต่างพร้อมช่วยเหลือกันเสมอ และไม่ทอดทิ้งกันในวันที่อีกฝ่ายต้องการกำลังใจหรือความช่วยเหลือ
“พี่วัน ก็ไปเพราะบารมีพี่บอล คนใหญ่ ๆ โต ๆ ไปกันเยอะ เพราะความดี พวกเราไม่ทอดทิ้งกัน”
อีกช่วงหนึ่งของการไลฟ์ ชูษีได้พูดในเชิงสะท้อนมุมมองต่อปัญหาในสังคมและในวงการบันเทิง โดยระบุว่า หลายครั้งสิ่งที่ผู้คนเห็นภายนอก อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด พร้อมทิ้งประโยคที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์
“ผมรู้อะไรหมดแต่ไม่อยากพูด ธรรมะพระสิ้นคิดใช้ได้ตลอด ที่ใดมีผลประโยชน์ ที่นั่นย่อมมีคนตอแxx มันเป็นเรื่องจริง สัจธรรม บางครั้งสิ่งที่ท่านเห็นอาจจะไม่จริง เป็นภาพลวงตาก็ได้ มารยาท มารยา มายา”
พร้อมกันนั้น เขายังเตือนถึงผู้ที่รีบตัดสินหรือรีบแสดงความคิดเห็นโจมตีคนอื่นในโลกออนไลน์ด้วยว่า
“คนลงแล้วด่าคนโน้นคนนี้คือคนโง่ จำไว้ กรรมเร็วมากนะ ผมเชื่อเรื่องกรรม”
ในส่วนของประเด็นที่ บอล เชิญยิ้ม ถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับโพสต์ดังกล่าว ชูษีมองว่า บอลเองก็น่าจะเครียดอยู่ไม่น้อย เพราะจู่ ๆ ก็ต้องกลายเป็นคนที่ถูกจับตามอง ทั้งที่ในมุมของเจ้าตัวอาจไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย
“กระแสที่เขาโพสต์ว่าอะไรกัน บอล ก็เครียดอยู่แล้ว ก็นอนอยู่เฉย ๆ ไม่รู้เรื่อง นักข่าวโทรมาอีกแล้ว คิดว่ากูรู้มั้ย รู้จักตะเภาแก้ว ตะเภาทอง เพื่อนแพงหรือเปล่า เรียกว่าละครซ้อนละคร”
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือมุมมองของชูษีเกี่ยวกับบทบาทของ “ภรรยา” ในวงการตลก ซึ่งเจ้าตัวหยิบยกประสบการณ์ในอดีตมาเล่า พร้อมชี้ว่า แต่ก่อนคนในวงการมักแยกเรื่องงานกับเรื่องครอบครัวออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
“สมัยก่อน ตลกทุกคณะเลย งานการไม่เคยปล่อยให้เมียมารับ เพราะเมียเข้ามาวุ่นวายเสร็จทุกราย”
อย่างไรก็ตาม ชูษีได้ระบุชัดเจนว่า สิ่งที่พูดนั้นไม่ได้ต้องการพาดพิงถึงคู่ของ แจ๊ส ชวนชื่น และ แจง ปุณณาสา โดยยกตัวอย่างว่า ในบางคู่ก็มีบริบทชีวิตและสังคมรอบตัวที่แตกต่างกันออกไป
ท้ายที่สุด ชูษียังฝากข้อคิดถึงทุกฝ่ายที่กำลังเผชิญกับดราม่าในเวลานี้ว่า บางครั้งการอยู่นิ่ง ๆ อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะยิ่งอธิบายมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสที่เรื่องจะย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้ตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
"สมัยก่อน ตลกทุกคณะเลย งานการไม่เคยปล่อยให้เมียมารับ เพราะเมียเข้ามาวุ่นวายเสร็จทุกราย อันนี้ไม่ได้ว่า แจ๊ส - แจง ไอ้แจงมันมีพี่น้องมีเพื่อนฝูง สมัยนี้เคยเจอโทรไปหาน้องแล้วเมียรับสาย นักร้องโทรไปเรียกสะดุ้งเลย ทั้งที่เป็นงานพวกเรา เอาผู้จัดการส่วนตัวไปเลย เอาเมียมาแตกทุกราย ไม่มีเพื่อนไม่มีพี่มีน้อง”
อย่างไรก็ตาม ชูษี ยังสอนด้วยว่า ให้อยู่เฉยๆ คำอธิบายก็คือคำแก้ตัว ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัวด้วย"






