สาวโรงงานช้ำหนัก หลงกล 2 ผัวเมียแสบ โดนหมดตัวเกลี้ยง 5 แสน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลกหลอกสาวโรงงานสูญกว่า 5 แสนบาท หนีหลบพุ่มหญ้า เจอหมาชี้ตัวบอกตำแหน่ง

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 ร่วมกันจับกุม นายโสฬสฯ อายุ 52 ปี และ น.ส.กาญจนาฯ อายุ 52 ปี

ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานนายโสฬสฯ อายุ 52 ปี (สามี) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 460/2568 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนฯ” และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.312/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ข้อหา “ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ฯ”

 

สาวโรงงานช้ำหนัก หลงกล 2 ผัวเมียแสบ โดนหมดตัวเกลี้ยง 5 แสน

สาวโรงงานช้ำหนัก หลงกล 2 ผัวเมียแสบ โดนหมดตัวเกลี้ยง 5 แสน

 

น.ส.กาญจนาฯ อายุ 52 ปี (ภรรยา) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดพล ที่ 336/2568 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ข้อหา “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนฯ”

สถานที่จับกุม ที่ ม.4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

พฤติการณ์ ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 ขณะที่ผู้เสียหายพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี หลังเลิกงานนั่งเล่นติ๊กต๊อกที่บ้านพัก ได้มีคนร้ายใช้ติ๊กต๊อกชื่อ "Attipong Amatayakul" ส่งข้อความทักมาแนะนำตัวเองว่าชื่อนายอัทธิพงค์ฯ หรือนัท ชักชวนผู้เสียหายทำงานหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายอยากมีรายได้เสริมเพื่อส่งลูกเรียนหนังสือสูง ๆ จึงตอบตกลง

จากนั้นนายอัทธิพงค์หรือนัทฯ ได้ส่งลิงก์ร้านค้ามาให้ผู้เสียหายสมัครลงทะเบียนหน้าร้านค้าเพื่อขายสินค้าในเว็บไซต์ชื่อ Web.goods-dd.com และเปิดหน้าร้านในเว็บไซต์ดังกล่าว จากนั้นให้ผู้เสียหายเข้าไปเลือกสินค้าในเว็บเอามาลงหน้าร้านค้า เพื่อไว้ขายให้ลูกค้า และเมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ให้ผู้เสียหายโอนจ่ายค่าสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ เพื่อสร้างยอดขายให้กับตนเอง แล้วทางเว็บจะโอนเงินคืนมาให้ โดยผู้เสียหายจะได้ผลตอบแทนประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย

หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ผู้เสียหายจะต้องโอนเงินบาทไทยไปแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ และให้ติดต่อกับแอดมินใช้ไลน์ชื่อ "TikTok shop" เพื่อแลกเงินจากเงินบาทไทยเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ

สาวโรงงานช้ำหนัก หลงกล 2 ผัวเมียแสบ โดนหมดตัวเกลี้ยง 5 แสน

 

เมื่อผู้เสียหายติดต่อแอดมินดังกล่าวเพื่อแลกเงิน แอดมินได้ส่งคิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์ของนายโสฬสฯ และ น.ส.กาญจนาฯ สองสามีภรรยาผู้ต้องหาในคดีนี้มาให้ผู้เสียหายสแกนเพื่อแลกเงิน ซึ่งเมื่อผู้เสียหายแลกเงินและโอนเงินเข้าระบบของเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว ที่หน้าร้านออนไลน์ของผู้เสียหายก็จะมียอดขายของผู้เสียหายพร้อมกำไรที่ได้ขึ้นมาทุกครั้งที่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า

ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเองสามารถขายของและมีกำไรเป็นอาชีพเสริมตามที่คาดหวังไว้ จึงโอนไปเรื่อย ๆ ตามยอดขายที่ลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้า ปรากฏว่าเมื่อต้องการถอนเงินกำไรที่ได้ออกมา ไม่สามารถถอนเงินได้ ทางแอดมินแจ้งว่าทำผิดขั้นตอน ต้องโอนเงินไปแก้ไขระบบ จนสูญเงินกว่า 500,000 บาท

ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายโสฬสฯ ส่วน น.ส.กาญจนาฯ มีผู้เสียหายในพื้นที่ สภ.พล จ.ขอนแก่น แจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกหลอกให้ทำงานออนไลน์ลักษณะเดียวกัน และให้โอนเงินไปที่บัญชีธนาคารของ น.ส.กาญจนาฯ สูญเงินไปกว่า 100,000 บาท เช่นเดียวกัน กระทั่งถูกจับกุมพร้อมกัน

เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า นายโสฬส อายุ 52 ปี สัญชาติไทย และ น.ส.กาญจนา อายุ 51 ปี สัญชาติไทย สองสามีภรรยาหลบหนีการจับกุมมาอาศัยอยู่ที่บ้านใน ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ

 

สาวโรงงานช้ำหนัก หลงกล 2 ผัวเมียแสบ โดนหมดตัวเกลี้ยง 5 แสน

 

เมื่อไปถึงพบ น.ส.กาญจนาฯ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้เข้าควบคุมตัว แต่นายโสฬสฯ อาศัยช่วงชุลมุนได้วิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งติดตามแต่ก็ไม่ทัน เพราะนายโสฬสฯ ชำนาญพื้นที่ แต่สังเกตเห็นสุนัขของนายโสฬสฯ ยืนอยู่ตรงพุ่มหญ้า จึงเดินไปตรวจสอบ จนพบว่านายโสฬสฯ หลบอยู่

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าไปควบคุมตัว และแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับดังกล่าวให้ นายโสฬสฯ ดู และเมื่ออ่านข้อความในหมายจับจนรับทราบข้อความในหมายจับแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายโสฬสฯ และ น.ส.กาญจนาฯ ให้การยอมรับว่าตนเองกับภรรยามีอาชีพเก็บของเก่าขาย ก่อนหน้านี้มีนายแซมฯ คนต่างด้าวมาติดต่อให้ไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว และสแกนหน้า ได้รับค่าตอบแทนเงินคนละ 5,000 บาท แล้วส่งขึ้นรถตู้กลับ หลังจากนั้นมีหมายเรียกจากตำรวจมาหลายใบ จึงย้ายที่อยู่ไปเรื่อยโดยใช้อาชีพเก็บของเก่าหาเลี้ยงชีพ

เตือนภัย การซื้อขายบัญชีม้าเป็นภัยต่อสังคม อย่าเห็นแก่ค่าตอบแทนที่ได้ เป็นความผิดอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ