- 30 มี.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสองผัวเมียบัญชีม้าแก๊งร้านค้าลวงโลกหลอกสาวโรงงานสูญกว่า 5 แสนบาท หนีหลบพุ่มหญ้า เจอหมาชี้ตัวบอกตำแหน่ง
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 ร่วมกันจับกุม นายโสฬสฯ อายุ 52 ปี และ น.ส.กาญจนาฯ อายุ 52 ปี
ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานนายโสฬสฯ อายุ 52 ปี (สามี) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 460/2568 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนฯ” และศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.312/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ข้อหา “ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ฯ”
น.ส.กาญจนาฯ อายุ 52 ปี (ภรรยา) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดพล ที่ 336/2568 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ข้อหา “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนฯ”
สถานที่จับกุม ที่ ม.4 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 ขณะที่ผู้เสียหายพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี หลังเลิกงานนั่งเล่นติ๊กต๊อกที่บ้านพัก ได้มีคนร้ายใช้ติ๊กต๊อกชื่อ "Attipong Amatayakul" ส่งข้อความทักมาแนะนำตัวเองว่าชื่อนายอัทธิพงค์ฯ หรือนัท ชักชวนผู้เสียหายทำงานหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายอยากมีรายได้เสริมเพื่อส่งลูกเรียนหนังสือสูง ๆ จึงตอบตกลง
จากนั้นนายอัทธิพงค์หรือนัทฯ ได้ส่งลิงก์ร้านค้ามาให้ผู้เสียหายสมัครลงทะเบียนหน้าร้านค้าเพื่อขายสินค้าในเว็บไซต์ชื่อ Web.goods-dd.com และเปิดหน้าร้านในเว็บไซต์ดังกล่าว จากนั้นให้ผู้เสียหายเข้าไปเลือกสินค้าในเว็บเอามาลงหน้าร้านค้า เพื่อไว้ขายให้ลูกค้า และเมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ให้ผู้เสียหายโอนจ่ายค่าสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ เพื่อสร้างยอดขายให้กับตนเอง แล้วทางเว็บจะโอนเงินคืนมาให้ โดยผู้เสียหายจะได้ผลตอบแทนประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย
หากลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ผู้เสียหายจะต้องโอนเงินบาทไทยไปแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ และให้ติดต่อกับแอดมินใช้ไลน์ชื่อ "TikTok shop" เพื่อแลกเงินจากเงินบาทไทยเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อผู้เสียหายติดต่อแอดมินดังกล่าวเพื่อแลกเงิน แอดมินได้ส่งคิวอาร์โค้ดพร้อมเพย์ของนายโสฬสฯ และ น.ส.กาญจนาฯ สองสามีภรรยาผู้ต้องหาในคดีนี้มาให้ผู้เสียหายสแกนเพื่อแลกเงิน ซึ่งเมื่อผู้เสียหายแลกเงินและโอนเงินเข้าระบบของเว็บไซต์ดังกล่าวแล้ว ที่หน้าร้านออนไลน์ของผู้เสียหายก็จะมียอดขายของผู้เสียหายพร้อมกำไรที่ได้ขึ้นมาทุกครั้งที่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า
ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าตนเองสามารถขายของและมีกำไรเป็นอาชีพเสริมตามที่คาดหวังไว้ จึงโอนไปเรื่อย ๆ ตามยอดขายที่ลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้า ปรากฏว่าเมื่อต้องการถอนเงินกำไรที่ได้ออกมา ไม่สามารถถอนเงินได้ ทางแอดมินแจ้งว่าทำผิดขั้นตอน ต้องโอนเงินไปแก้ไขระบบ จนสูญเงินกว่า 500,000 บาท
ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายโสฬสฯ ส่วน น.ส.กาญจนาฯ มีผู้เสียหายในพื้นที่ สภ.พล จ.ขอนแก่น แจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกหลอกให้ทำงานออนไลน์ลักษณะเดียวกัน และให้โอนเงินไปที่บัญชีธนาคารของ น.ส.กาญจนาฯ สูญเงินไปกว่า 100,000 บาท เช่นเดียวกัน กระทั่งถูกจับกุมพร้อมกัน
เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า นายโสฬส อายุ 52 ปี สัญชาติไทย และ น.ส.กาญจนา อายุ 51 ปี สัญชาติไทย สองสามีภรรยาหลบหนีการจับกุมมาอาศัยอยู่ที่บ้านใน ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบ น.ส.กาญจนาฯ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้เข้าควบคุมตัว แต่นายโสฬสฯ อาศัยช่วงชุลมุนได้วิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งติดตามแต่ก็ไม่ทัน เพราะนายโสฬสฯ ชำนาญพื้นที่ แต่สังเกตเห็นสุนัขของนายโสฬสฯ ยืนอยู่ตรงพุ่มหญ้า จึงเดินไปตรวจสอบ จนพบว่านายโสฬสฯ หลบอยู่
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เข้าไปควบคุมตัว และแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับดังกล่าวให้ นายโสฬสฯ ดู และเมื่ออ่านข้อความในหมายจับจนรับทราบข้อความในหมายจับแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายโสฬสฯ และ น.ส.กาญจนาฯ ให้การยอมรับว่าตนเองกับภรรยามีอาชีพเก็บของเก่าขาย ก่อนหน้านี้มีนายแซมฯ คนต่างด้าวมาติดต่อให้ไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว และสแกนหน้า ได้รับค่าตอบแทนเงินคนละ 5,000 บาท แล้วส่งขึ้นรถตู้กลับ หลังจากนั้นมีหมายเรียกจากตำรวจมาหลายใบ จึงย้ายที่อยู่ไปเรื่อยโดยใช้อาชีพเก็บของเก่าหาเลี้ยงชีพ
เตือนภัย การซื้อขายบัญชีม้าเป็นภัยต่อสังคม อย่าเห็นแก่ค่าตอบแทนที่ได้ เป็นความผิดอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ






