- 30 มี.ค. 2569
CIB ทลายรังมังกรกิมจิ เปิดปฏิบัติการ Breaking Chains EP.2 บุกค้น 2 บ้านหรูย่านรามอินทรา รวบ 11 หนุ่มเกาหลีใต้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) แถลงผลงานชิ้นโบแดงหลังสนธิกำลังร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และ ตม.1 บุกทลายออฟฟิศแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ที่แฝงตัวใช้ไทยเป็นฐานทัพหลอกเหยื่อประเทศบ้านเกิด พบหลักฐานมัดตัวแน่น ทั้งบทสคริปต์อัยการปลอมและรายชื่อเหยื่อเพียบ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปอท. นำโดย พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ, พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ รอง ผกก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ มาระตา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปอท. เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ย่านรามอินทรา
ผลการปฏิบัติจับกุมผู้ต้องหาชายสัญชาติเกาหลีใต้รวม 11 ราย รายชื่อผู้ต้องหา (รวม 11 ราย) 1.นายกอนโก (MR. GEON) อายุ 25 ปี 2.นายดงฮวา (MR. DONGHWA) อายุ 25 ปี
3.นายจุนกี (MR. JUNGI) อายุ 35 ปี 4.นายนูรี (MR. NURI) อายุ 35 ปี 5.นายซอกอู (MR. SEOKWOO) อายุ 31 ปี 6.นายฮยอนอู (MR. HYUNWOO) อายุ 33 ปี 7.นายจองกู (MR. JEONGGU) อายุ 31 ปี 8.นายกวังมิน (MR. GWANGMIN) อายุ 19 ปี 9.นายยงกยู (MR. YONGGYU) อายุ 39 ปี 10.นางยุนคโย (MS. YUNKYO) อายุ 27 ปี 11.นางฮเยรี (MS. HYERI) อายุ 32 ปี
ในข้อหา "เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน"
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นภาคต่อของ “Thailand-Korea Breaking Chains” หลังจากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการเกาหลีใต้ พบว่ามีกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ชาวเกาหลีใต้หลบหนีการกวาดล้างจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการในกรุงเทพฯ
-ฐานทัพลับ กลุ่มคนร้ายเช่าบ้านหรูราคาแพงย่านรามอินทราเพื่อบังหน้า ภายในดัดแปลงเป็นออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์เต็มรูปแบบ
-วิธีการหลอกลวง ใช้ระบบ VoIP (Voice over IP) โทรกลับไปที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยสวมรอยเป็น "อัยการ" หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่เหยื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความ และโน้มน้าวให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบหรือยุติคดี
-หลักฐานคามือ ขณะเข้าตรวจค้น พบคอมพิวเตอร์ยังเปิดหน้าจอค้างไว้ แสดงบทสคริปต์การสนทนา (Script) ที่ใช้หลอกเหยื่อ และเอกสารปลอมที่อ้างว่าเป็นหนังสือราชการของอัยการเกาหลีใต้
ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ VoIP: 11 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ: 33 เครื่อง , บทสคริปต์หลอกลวง: (ภาษาเกาหลี) และรายชื่อเหยื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์ , อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก: เราเตอร์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก
แม้ในเบื้องต้นจะยังไม่พบผู้เสียหายที่เป็นคนไทย แต่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ประสานส่งมอบพยานหลักฐานดิจิทัลทั้งหมดให้ทางการเกาหลีใต้ เพื่อขยายผลดำเนินคดีในความผิดฉ้อโกงประชาชนที่เกิดขึ้นในประเทศต้นทางต่อไป






