วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

ชาวบ้านแม่ฮ่องสอนสำลักฝุ่นพิษขั้นวิกฤต เสนอทุ่มเงินสร้างโดมฟอกอากาศเป็นที่พึ่งให้ประชาชนหลังค่า PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานหลายเท่าตัว

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายศิริพงษ์ เกียรติกิตติกุล ชาวบ้านในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หมอกควันบ้านเราจะเป็นแบบนี้ทุกปี ณ ตอนนี้ที่เราเห็นมันหนักมาก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่คนที่แข็งแรงอาจจะไม่มีปัญหา แต่สำหรับเด็กน้อย ๆ คนแก่ ได้รับผลกระทบแน่นอน แม้แต่เราที่คิดว่าแข็งแรงยังแสบคอ แสบจมูก และแสบตา ตอนนี้ในมุมมองของผม การจัดการในหลาย ๆ อย่างตั้งแต่จำความมาได้ก็ยังเหมือนเดิม มีหมอกควันเหมือนเดิม หากมองอีกในมิติหนึ่ง ควันไฟมันเกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งถ้าถามว่าจะดับไฟป่าชายแดนได้อย่างไร แม้ทำก็จะต้องเสียงบประมาณมหาศาล ไฟป่าเมื่อลามจากประเทศเพื่อนบ้านเมื่อถึงชายแดนใช่ว่ามันจะมอดหรือดับตรงนั้น

 

แต่ผมมองว่าในแต่ละปี หน่วยงานราชการของเราใช้เงินไปเป็นจำนวนมากเป็นสิบ ๆ ล้าน ตรงนี้เราทำแต่สิ่งเดิม ๆ แล้วมันไม่ได้ผล เปลี่ยนงบประมาณเป็นอย่างอื่นไหม จัดหน้ากากอนามัย (Mask) เต็มที่ให้ประชาชนเลย หรือทำเป็นโอเอซิสสักที่หนึ่งที่รองรับคนได้ 400-500 คน จัดเครื่องฟอกอากาศให้ดี ๆ คนที่ไม่สามารถซื้อเครื่องฟอกอากาศที่บ้านได้ หากเป็นช่วงเวลาที่ต้องการพักผ่อน ก็ไปอาศัยอากาศบริสุทธิ์ตรงนั้นได้ ถ้าไม่ได้ทั้งวัน แค่ครึ่งวันก็ยังดี

 

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

ผมคงไม่แบกความหวังอะไรกับใครทั้งนั้น เมื่อวันก่อนไฟก็ไหม้ที่หลังบ้านท่านผู้ว่าฯ ส่วนตัวเราเองบ้านจะถูกไฟไหม้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเราอาศัยอยู่ในเขตป่า ป่าพวกนี้มีไฟไหม้มาเป็นร้อยเป็นพันปีแล้ว แต่ในส่วนของการจัดการมันไม่ได้ผล มันยังคงมีควันไฟเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงการจัดการค่าใช้จ่ายงบไฟป่า มีการรายงานว่ามีไฟป่าไหม้ตรงนั้นตรงนี้มากหรือน้อย ผมมองว่ามันไม่ได้ผล เปลี่ยนมาสร้างที่ฟอกอากาศดี ๆ ให้ประชาชน จะทำเป็นโดมใหญ่ ๆ หรือยังไงก็ได้ ทุ่มเงิน 50-60 ล้านลงไปตอนแรกทำอำเภอละที่ ต่อไปขยายเป็นตำบลก็ว่ากันไป

 

ด้านสถานการณ์หมอกควันไฟป่าล่าสุด ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนและอำเภอปาย พบว่ามีหมอกควันไฟป่าหนาแน่นมากกว่าทุกวัน ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดต่ำกว่า 1 กม. ทั่วทั้งเมืองคละคลุ้งไปด้วยควันไฟป่า งานศพที่ อ.ปาย ประชาชนพากันสวมใส่หน้ากากอนามัย บางคนถึงกับเลือดกำเดาไหลจากฝุ่นควันที่สูดเข้าไปในร่างกาย ชาวบ้านทั่วไปส่วนใหญ่มีน้ำมูกไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากสารพิษในควันไฟป่ามากเกินที่ร่างกายจะรับได้

 

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

ด้านศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ขอสรุปสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2569 ดังนี้

  • จุดความร้อนประจำวันที่ 30 มีนาคม 2569 (เมื่อวานนี้) จำนวน 756 จุด
  • จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 มีนาคม 2569 จำนวน 3,498 จุด สูงสุดที่อำเภอแม่สะเรียง จำนวน 791 จุด โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 2,017 จุด

 

คุณภาพอากาศประจำวันที่ 31 มีนาคม 2569 (เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น.)

  • 3.1 ค่า PM2.5 สถานีอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เท่ากับ 115.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
  • 3.2 ค่า PM2.5 สถานีอำเภอแม่สะเรียง เท่ากับ 123.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
  • 3.3 ค่า PM2.5 สถานีอำเภอปาย เท่ากับ 306.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานเกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)

 

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล

วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด 300 ชาวบ้านเลือดกำเดาไหล