หลายคนใช้ผิดมาตลอด แพทย์กระดูกและข้อ แนะวิธีใช้หมอนรองคอตัว U

แพทย์กระดูกและข้อ แนะวิธีใช้หมอนรองคอตัว U จัดท่าทางให้ตรงสรีระ ที่ผ่านมาหลายคนใช้ผิดมาตลอด จนเป็นสาเหตุของการปวดคอ

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา ทางด้าน ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ หรือ หมอเก่ง ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของเฟซบุ๊ก หมอเก่งกระดูกและข้อ แนะวิธีใช้หมอนรองคอตัว U ที่ถูกต้อง หลังหลายคนใช้ผิดมาตลอด

หลายคนใช้ผิดมาตลอด แพทย์กระดูกและข้อ แนะวิธีใช้หมอนรองคอตัว U

โดยระบุว่า... "ปวดคอ" แต่อยากเที่ยว! นั่งรถทัวร์-เครื่องบินนานๆ พก "หมอนรองคอตัว U" ไปด้วย ช่วยได้จริง หรือแค่ภาระ?

 

"หมอคะ ช่วงหยุดยาวนี้ป้ามีโปรแกรมต้องนั่งรถตู้ไปต่างจังหวัดกับหลานๆ ตั้ง 7 - 8 ชั่วโมง แต่ช่วงนี้ป้าปวดต้นคอ คอบ่าไหล่ตึงไปหมด แค่นั่งดูทีวีอยู่บ้านยังเมื่อยเลยค่ะ... ถ้าป้าพกไอ้หมอนรูปเกือกม้า (หมอนตัว U) ที่เขาฮิตๆ กันไปด้วย มันจะช่วยให้ป้า รอด จากการเดินทางครั้งนี้ได้ไหมคะ หรือมันจะยิ่งทำให้ปวดกว่าเดิม?"

 

นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอได้รับเสมอในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวครับ หลายท่านที่มีอาการปวดคอเรื้อรัง หรือออฟฟิศซินโดรม มักจะมีความกังวลใจเมื่อต้องเดินทางไกล เพราะรู้ดีว่าการถูกจำกัดให้อยู่ในที่แคบๆ บนเบาะรถหรือเครื่องบินนานๆ คือ "ฝันร้าย" ของคนปวดคอ

 

ในบทความก่อนหน้านี้ หมอเคยเตือน "คนขับรถ" ไปแล้วว่าไม่ควรใส่หมอนตัว U ขณะขับขี่ แต่สำหรับวันนี้ โจทย์เปลี่ยนไปครับ ถ้าท่านเป็น "ผู้โดยสาร" ที่สามารถนั่งหลับพักผ่อนได้เต็มที่ เจ้าหมอนตัว U นี้จะกลายเป็นฮีโร่ หรือผู้ร้ายกันแน่?

 

วันนี้หมอเก่งจะมาไขความลับทางสรีรวิทยาให้ฟังว่า ทำไมเราถึงปวดคอเวลาหลับในรถ และหมอนตัว U จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร หากเรารู้จักวิธีใช้ที่ถูกต้องครับ

เรื่องเล่าจากคนไข้ : "ทริปในฝัน ที่ตื่นมาเป็นฝันร้าย"

มีคนไข้ท่านหนึ่งชื่อ คุณสมชาย อายุ 50 ปี เป็นผู้บริหารที่ต้องนั่งเครื่องบินไปประชุมต่างประเทศบ่อยๆ แกเล่าให้หมอฟังว่า "หมอครับ ปกติผมก็มีปวดตึงคอบ้างตามประสาคนทำงานออฟฟิศ แต่มีอยู่ทริปนึง บินยาว 12 ชั่วโมง ผมเผลอหลับลึกไปหน่อย ตื่นมาปรากฏว่า 'คอล็อค' ครับ หันหน้าไม่ได้เลย ปวดร้าวลงสะบักสุดๆ ทรมานมากตลอดการประชุม ทั้งที่ผมก็นั่งเก้าอี้ business class ที่ปรับเอนได้สบายๆ นะครับ"

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ต่อให้เก้าอี้ดีแค่ไหน แต่ถ้า "คอ" ของเราไม่อยู่ในท่าที่ถูกต้องขณะหลับ หายนะก็เกิดขึ้นได้เสมอครับ

 

ความจริงของร่างกาย : ทำไม "หลับในรถ" ถึงทำให้ปวดคอ?

เพื่อให้เข้าใจปัญหานี้ เราต้องเข้าใจธรรมชาติของร่างกายเราก่อนครับ ในเวลาปกติที่เราตื่นอยู่ กล้ามเนื้อรอบคอหลายมัดจะทำงานประสานกันเพื่อ "ตั้งศีรษะ" (ที่มีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม) ให้ตรงอยู่บนกระดูกสันหลัง

 

แต่เมื่อเราเริ่มเคลิ้มหลับในท่านั่ง... สิ่งที่เกิดขึ้นคือ :

1. กล้ามเนื้อคลายตัว (Muscle Relaxation): ระบบประสาทจะสั่งให้กล้ามเนื้อคอหยุดทำงานเพื่อพักผ่อน

2. แรงโน้มถ่วงทำงาน (Gravity): เมื่อไม่มีกล้ามเนื้อคอยดึงรั้ง ศีรษะที่มีน้ำหนักมาก ก็จะร่วงหล่นไปตามแรงโน้มถ่วง ไม่ว่าจะสัปหงกไปข้างหน้า เอียงซ้าย หรือเอียงขวา (ที่เราเรียกว่าอาการ "หัวสั่นหัวคลอน" นั่นแหละครับ)

หลายคนใช้ผิดมาตลอด แพทย์กระดูกและข้อ แนะวิธีใช้หมอนรองคอตัว U

จุดวิกฤตอยู่ตรงนี้ครับ : เมื่อศีรษะเอียงไปค้างอยู่ในทิศทางใดทิศทางหนึ่งนานๆ (เช่น เอียงซ้ายไปซบกระจก)

- ด้านที่ถูกยืด (ด้านขวา): เอ็นและกล้ามเนื้อจะถูกยืดกระชากจนตึงเกินขีดจำกัด (Overstretching) ทำให้เกิดการบาดเจ็บระดับจุลภาค

- ด้านที่ถูกกด (ด้านซ้าย): ข้อต่อกระดูกคอเล็กๆ (Facet Joints) จะถูกบีบอัดเข้าหากันแน่น ทำให้เกิดการอักเสบ

นี่คือสาเหตุที่ทำให้คุณสมชายตื่นมาแล้ว "คอล็อค" หรือที่เราเรียกกันว่า "ตกหมอน" ทั้งที่ไม่ได้นอนหนุนหมอนนั่นเองครับ

 

คำตอบชัดๆ : หมอนตัว U ช่วยได้ไหม?

สำหรับผู้โดยสาร ที่ต้องการนอนหลับพักผ่อน... คำตอบคือ "ช่วยได้มากครับ และควรมีอย่างยิ่ง"

ในทางสรีรวิทยา หมอนรองคอ (Travel Pillow) ทำหน้าที่สำคัญคือ "เฝือกอ่อนสำหรับคอ" (Cervical Splint) ครับ

หน้าที่ของมันไม่ใช่ทำให้หนุนนุ่มสบายเหมือนหมอนที่บ้าน แต่หน้าที่หลักคือ "เข้าไปเติมเต็มช่องว่าง" ระหว่างศีรษะ คอ และบ่า เพื่อรองรับศีรษะไว้ "ในทันทีที่กล้ามเนื้อคอคลายตัว" ไม่ให้ศีรษะสัปหงก หรือเอียงไปจนสุดองศา

 

เมื่อมีหมอนมารองรับ :

- กล้ามเนื้อและเอ็นจะไม่ถูกยืดกระชาก

- ข้อต่อกระดูกคอจะถูกประคองให้อยู่ในแนว (Neutral Position) หรือใกล้เคียงที่สุด

- ลดโอกาสการเกิดอาการปวดคอเฉียบพลันหลังตื่นนอนได้ชัดเจนครับ

 

Diagnostic : เลือกหมอนผิด... ชีวิตเปลี่ยน

แต่เดี๋ยวก่อนครับ! ไม่ใช่ว่าหมอนตัว U ทุกอันในท้องตลาดจะใช้ได้ดีนะครับ หลายคนซื้อมาแล้วโยนทิ้งเพราะยิ่งใช้ยิ่งเมื่อย นั่นเป็นเพราะท่านเลือก "ผิดสเปก" ครับ

 

เช็คลิสต์การเลือกหมอนคู่ใจ :

1. วัสดุ (Material) - หัวใจสำคัญ :

   - แบบเป่าลม (Inflatable): หาง่าย ราคาถูก พกสะดวก แต่... มันมักจะแข็งกระด้าง ไม่เข้ารูปคอ และเด้งดึ๋งๆ ทำให้คอไม่นิ่ง ส่วนใหญ่ไม่ค่อยช่วยลดปวดครับ

   - แบบเม็ดโฟม (Microbeads): นุ่มนิ่มน่ารัก แต่เวลาใช้งานจริง เม็ดโฟมจะไหลหนีไปมา ไม่สามารถประคองน้ำหนักศีรษะได้จริงครับ

   - แบบเมมโมรี่โฟม (Memory Foam): นี่คือ "ตัวเลือกที่ดีที่สุด" ครับ เพราะมีความหนาแน่นพอที่จะรองรับน้ำหนัก แต่ก็มีความนุ่มที่ยุบตัวตามสรีระของคอและกรามของเรา ทำให้ประคองได้กระชับและสบายที่สุด

2. ความสูง/ความหนา (Height/Thickness) :

นี่คือจุดที่คนพลาดเยอะที่สุดครับ!

   - คนคอยาว ต้องใช้หมอนที่หนาหน่อย เพื่อให้หมอนขึ้นมารับถึงกระดูกกราม

   - คนคอสั้น ถ้าใช้หมอนหนาเกินไป จะกลายเป็นว่าหมอนไปดันคางให้เชิดขึ้น หรือดันแก้มจนอึดอัด

   - วิธีลอง: ลองสวมแล้วเอียงคอไปด้านข้างดูครับ ถ้าเอียงไปนิดเดียวแล้วเจอหมอนรับไว้เลย แสดงว่าใช้ได้ แต่ถ้าเอียงไปตั้งเยอะกว่าจะเจอหมอน แสดงว่าบางไปครับ

 

How-to Use: เทคนิคการใช้

ท่านทราบไหมครับว่า คนส่วนใหญ่ใส่หมอนตัว U "ผิดวิธี" มาตลอดชีวิต?

ท่ามาตรฐานที่ผิด (The Wrong Way) :

คือการเอาส่วนโค้งตัว U ไว้ด้านหลัง แล้วเอาช่องเปิดไว้ด้านหน้า (เหมือนใส่ปลอกคอ)

   - ทำไมถึงผิด? เพราะหมอนตัว U ส่วนใหญ่ด้านหลังจะมีความหนา เมื่อเรานั่งพิงเบาะรถหรือเครื่องบิน ความหนานี้จะ "ดันกะโหลกศีรษะ" ให้ยื่นไปข้างหน้า (Forward Head Posture) ทำให้คางมากดชิดอก ซึ่งเป็นท่าที่ทรมานกระดูกคออย่างมาก โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาปวดคออยู่แล้ว จะยิ่งปวดหนักขึ้นครับ

ท่าที่ถูกต้อง (The Pro Way) :

หมอขอแนะนำให้ลอง "หมุนหมอน" ดูครับ รับรองว่าโลกเปลี่ยน!

1. หมุน 180 องศา (เอาด้านหนามาไว้ใต้คาง):

   - เอาส่วนโค้งตัว U มาไว้ด้านหน้า เอาช่องเปิดไปไว้ด้านหลังคอ

   - ข้อดี : วิธีนี้ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับการนั่งสัปหงกไปข้างหน้าครับ เพราะส่วนที่หนาจะคอย "รับคาง" ของเราไว้ไม่ให้ตก คอไม่พับ และด้านหลังคอที่เปิดโล่ง จะทำให้ศีรษะเราพิงแนบกับเบาะรถได้สนิทตามธรรมชาติ

2. หมุน 90 องศา (สำหรับคนชอบนอนซบไหล่/ซบกระจก):

   - หมุนเอาส่วนที่หนาที่สุดของหมอน มาไว้ด้านข้าง (ซ้ายหรือขวา) ที่เราชอบเอียงหัวไปหา

   - ข้อดี : หมอนจะช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างหูกับไหล่ ทำให้เรานอนตะแคงศีรษะได้โดยที่คอไม่เอียงมากเกินไป

 

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้โดยสาร

นอกจากการมีหมอนที่ดีและใช้ถูกวิธีแล้ว การปฏิบัติตัวขณะเดินทางก็สำคัญครับ

   - ปรับเบาะเอน (ถ้าทำได้) : การนั่งหลังตรง 90 องศา เป็นท่าที่แรงกดต่อหมอนรองกระดูกสันหลังสูงที่สุด หากเป็นไปได้ ให้ปรับเบาะเอนไปด้านหลังเล็กน้อย (ประมาณ 100-110 องศา) จะช่วยถ่ายน้ำหนักตัวไปที่พนักพิง ลดภาระของคอและหลังได้ครับ

   - อย่าหลับยาวรวดเดียว : พยายามตื่นมาขยับเปลี่ยนท่าทางบ้างทุกๆ 1-2 ชั่วโมง การบิดขี้เกียจ หรือหมุนคอเบาๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

   - ถ้ามีคนขับ : ลองขอให้เขาขับนิ่มๆ หน่อยครับ เพราะการเบรกกระทันหัน หรือการเหวี่ยงเข้าโค้งแรงๆ ขณะที่เราหลับ คือสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บที่คอ (Whiplash Injury) แบบไม่รู้ตัว

 

สรุป สำหรับท่านที่มีอาการปวดคอ แล้วต้องเดินทางไกลในฐานะ "ผู้โดยสาร" หมอขอยืนยันว่า "หมอนรองคอตัว U (Travel Pillow) คือไอเท็มที่ต้องมีครับ" มันไม่ใช่ภาระ แต่คืออุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยปกป้องกระดูกคอของท่านในยามที่กล้ามเนื้อหลับใหล แต่ขอให้จำไว้ว่า "เลือกให้ถูก (แนะนำ Memory Foam)" และ "ใช้ให้เป็น (ลองหมุนหาจุดที่ใช่)" เพียงเท่านี้ การเดินทางไกลก็จะไม่ใช่ฝันร้ายอีกต่อไป ท่านสามารถนอนหลับเก็บแรง เพื่อไปเที่ยวให้สนุกที่ปลายทางได้อย่างเต็มที่ครับ เดินทางปลอดภัย และรักษาสุขภาพคอกันด้วยนะครับ

 

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ