โค้งสุดท้าย สิ้นสุดมาตรการ เตือนก่อนปรับ 10 ข้อหาจราจร เริ่ม 1 เม.ย.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำ สิ้นสุดมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" 31 มี.ค. 2569 นี้ ดีเดย์บังคับใช้กฎหมายเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลักจราจรทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างวินัยจราจรที่ยั่งยืน

สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติย้ำ สิ้นสุดมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" 31 มี.ค. 2569 นี้ ดีเดย์บังคับใช้กฎหมายเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลักจราจรทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างวินัยจราจรที่ยั่งยืน
 

  • ดีเดย์ 1 เม.ย. จับจริง ตร. ย้ำสิ้นสุด "เตือนก่อนปรับ" 31 มี.ค. นี้ บังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลักทั่วประเทศ

 

 

โค้งสุดท้ายมาตรการผ่อนปรน เพื่อวินัยจราจรที่ยั่งยืน

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ประกาศแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนถึงการสิ้นสุดมาตรการ “เตือนก่อนปรับ” ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ พร้อมดีเดย์บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย

 

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศจร.ตร. เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างวินัยจราจรและการลดความสูญเสียบนท้องถนน ปัจจุบันมาตรการได้ดำเนินมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของระยะที่ 1 (เตือนก่อนปรับ) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความรับรู้มากกว่าการลงโทษ โดยพบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบ PTM ไปแล้วกว่า 196,028 ครั้ง

 

โค้งสุดท้าย สิ้นสุดมาตรการ เตือนก่อนปรับ 10 ข้อหาจราจร เริ่ม 1 เม.ย.

ประกาศประชาสัมพันธ์: มาตรการกวดขันวินัยจราจร 10 ข้อหาหลัก เพื่อความปลอดภัยทางถนน


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายและรณรงค์สร้างวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก (10 รสข.) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสีย โดยมีรายละเอียดดังนี้


กลุ่มข้อหาด้านพฤติกรรมการขับขี่ (ร.ส.ข.ม.)

 

ความเร็วเกินกำหนด: ขับขี่รถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายระบุไว้ในแต่ละพื้นที่

 

ขับรถย้อนศร: การเดินรถในทิศทางสวนกระแสจราจร ซึ่งเสี่ยงต่อการปะทะรุนแรง

 

ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร: การไม่หยุดรถตามสัญญาณไฟแดง หรือฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรพื้นทาง

 

ไม่มีใบอนุญาตขับขี่: การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต หรือไม่สามารถแสดงต่อเจ้าพนักงานได้เมื่อเรียกตรวจ

 

กลุ่มข้อหาด้านอุปกรณ์และความปลอดภัย (ร.ส.ข.ม.)

 

ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย: พนักงานขับรถและผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบการใช้เข็มขัดนิรภัย

 

แซงในที่คับขัน: การขับรถแซงขึ้นหน้าในบริเวณเส้นทึบ สะพาน หรือทางโค้งที่ห้ามแซง

 

ไม่สวมหมวกนิรภัย: ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะเดินทาง

 

กลุ่มข้อหาด้านพฤติกรรมเสี่ยงและอุปกรณ์ส่วนควบ (ด.ส.ม.โ.)

 

เมาแล้วขับ: ขับขี่รถในขณะมึนเมาหรือมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

 

มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย: การดัดแปลงสภาพรถจักรยานยนต์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือไม่มีอุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วน (เช่น กระจกมองข้าง, ท่อไอเสียเสียงดัง)

 

ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ: การใช้อุปกรณ์สื่อสารโดยไม่ผ่านอุปกรณ์เสริม (Hands-free) ซึ่งทำให้เสียสมาธิในการควบคุมรถ

 

โค้งสุดท้าย สิ้นสุดมาตรการ เตือนก่อนปรับ 10 ข้อหาจราจร เริ่ม 1 เม.ย.