เพจดังเปิดวาร์ป นาย ย. บูลลี่ น้องทับทิม ล่าสุดไม่สลด บอกชอบคนด่า

เพจดังเปิดวาร์ป นาย ย. ตามคุกคาม - บูลลี่ "น้องทับทิม" อินฟลูฯ แขนขวาพิการ ล่าสุดตัวต้นเรื่องไม่สลด บอกชอบคนด่าเยอะๆ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังครอบครัวของ “น้องทับทิม” อินฟลูเอนเซอร์สาวผู้พิการแต่กำเนิด ไม่มีแขนขวา ออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของชายรายหนึ่งชื่อย่อ “ย.” ที่ถูกกล่าวหาว่าเริ่มต้นจากการทักข้อความเข้ามาจีบ แต่เมื่อไม่ได้รับการตอบกลับ กลับเปลี่ยนเป็นการคุกคามและบูลลี่อย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบ 2 ปี จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของผู้เสียหาย

 

 

โดยพ่อของน้องทับทิมได้เปิดใจกับทีมข่าว โหนกระแส เล่าว่า แม้ลูกสาวของตนจะเป็นผู้พิการ แต่ก็เติบโตมาอย่างเข้มแข็ง ใช้ชีวิตอย่างพยายามและตั้งใจเรียนมาตลอด จนสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สำเร็จ ทว่ากลับต้องมาเผชิญกับพฤติกรรมคุกคามจากชายที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งมีทั้งการส่งข้อความล้อเลียน บูลลี่รูปร่างหน้าตา รวมถึงนำภาพและคลิปของลูกสาวไปเผยแพร่ในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อเยาะเย้ยซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

พ่อของน้องทับทิมเล่าว่า ในช่วงแรกครอบครัวเลือกที่จะนิ่งเฉย เพราะคิดว่าเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้รับการตอบสนองก็น่าจะหยุดไปเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม เพราะชายรายดังกล่าวยังคงส่งข้อความก่อกวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีการข่มขู่ว่าจะตามไปหา แชร์โพสต์ และโพสต์พาดพิงในหลายช่องทางบนโลกออนไลน์ เมื่อพ่อพยายามติดต่อไปสอบถาม ก็ไม่ได้รับคำอธิบายหรือคำขอโทษที่ชัดเจนจากอีกฝ่าย

 

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ครอบครัวยิ่งรับไม่ได้ คือการที่ชายรายนี้ยังคงมีท่าทีไม่สำนึก โดยมีการให้สัมภาษณ์ในลักษณะมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเล็ก พร้อมเชื่อว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดี จนทำให้ครอบครัวของน้องทับทิมตัดสินใจเดินหน้าเอาเรื่องทางกฎหมายอย่างจริงจัง

 

เพจดังเปิดวาร์ป นาย ย. บูลลี่ น้องทับทิม ล่าสุดไม่สลด บอกชอบคนด่า

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พ่อของน้องทับทิมระบุว่า ลูกสาวมีภาวะ เครียดและซึมเศร้า ไม่กล้าใช้โซเชียลมีเดีย ไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตตามปกติ และถึงขั้นต้องปกปิดร่างกายของตัวเองเพราะความอับอายจากสิ่งที่ถูกกระทำ ขณะที่ทางครอบครัวเลือกที่จะยังไม่บล็อกชายคนดังกล่าว เพื่อเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ใช้ประกอบการดำเนินคดี

 

นอกจากนี้ พ่อยังเปิดเผยอีกว่า แม้ก่อนหน้านี้ครอบครัวของฝ่ายชายจะมีการติดต่อเข้ามาขอขมา แต่สำหรับตนมองว่าสายเกินไปแล้ว โดยเฉพาะหลังจากได้ฟังคำพูดและท่าทีของชายรายนี้ผ่านรายการและการไลฟ์ต่าง ๆ ที่ยังคงไม่มีวี่แววสลดหรือสำนึกผิด ยิ่งทำให้ทั้งพ่อและลูกสาวรู้สึกแย่ลงไปอีก

 

ในส่วนของการดำเนินคดี พ่อของน้องทับทิมระบุว่า ตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เกาะสมุย แต่กลับถูกแนะนำให้ไปแจ้งความที่พื้นที่ ศาลายา ซึ่งตนไม่เข้าใจนัก เนื่องจากมองว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ และควรจะสามารถแจ้งความได้ในทุกพื้นที่

 

ขณะเดียวกัน เพจ ซ้อเปา - เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ยังได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชายรายดังกล่าว โดยระบุว่า หลังจากกลายเป็นประเด็นดราม่า เจ้าตัวยังได้ออกมาไลฟ์ผ่าน YouTube และพูดคุยในกลุ่ม Discord ในลักษณะไม่สลด พร้อมมีคำพูดเชิงท้าทายว่า “แค่หมั่นเขี้ยว ไม่ได้กลัวอะไร ด่ามาเลย ยิ่งด่ามาก ๆ ยิ่งสนุก” ซึ่งยิ่งทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

 

ท้ายที่สุด พ่อของน้องทับทิมยังได้ฝากข้อความถึงลูกสาว รวมถึงผู้พิการทุกคนว่า แม้ร่างกายอาจไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่น แต่ยังสามารถใช้ความสามารถด้านอื่นชดเชยและใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าได้ พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้ลูกสาวอย่างถึงที่สุด

เพจดังเปิดวาร์ป นาย ย. บูลลี่ น้องทับทิม ล่าสุดไม่สลด บอกชอบคนด่า