- 01 เม.ย. 2569
วิกฤตน้ำมันแพงกระทบหนักห่วงโซ่ปาล์มน้ำมัน เกษตรกรโอดค่าปุ๋ย-ค่าแรงพุ่ง ลานเทแบกต้นทุนขนส่งไม่ไหวต้องเลิกส่งโรงงานไกล ด้านทีมรับจ้างจ่อขอปรับค่าตัดเพิ่มพยุงชีพ
ตรัง (1 เมษายน 2569) – สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเริ่มส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลูกและผู้ประกอบการลานปาล์มน้ำมัน ที่ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนการผลิตและขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
จากการสอบถามเจ้าของสวนปาล์มน้ำมันรายหนึ่งระบุว่า ปัจจุบันต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันที่แพงขึ้นกว่าเดิมลิตรละ 10 บาท รวมถึงค่าปุ๋ยเคมีที่ราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ทีมรับจ้างตัดและขนส่งเริ่มอยู่ไม่ได้ เดิมจ้างตัดและขนในราคากิโลกรัมละ 1 บาท แต่หากราคาน้ำมันยังสูงขึ้นต่อเนื่อง เจ้าของสวนจำเป็นต้องปรับค่าจ้างเพิ่มเพื่อรักษาแรงงานไว้ ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ราคาปาล์มจะอยู่ที่ 7 บาทต่อกิโลกรัม แต่หากน้ำมันพุ่งถึงลิตรละ 50 บาท เกษตรกรก็คงสู้ไม่ไหวและมืดแปดด้านว่าจะหาทางออกอย่างไร
ด้านนางจริญญา เจ้าของลานปาล์มวงศ์วิวัฒน์ เปิดเผยว่าต้นทุนการขนส่งผลผลิตไปโรงงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมเติมน้ำมัน 5,000 บาทวิ่งได้ 4 เที่ยว ปัจจุบันต้องใช้ถึง 6,000 บาท นอกจากนี้ยังประสบปัญหาปั๊มน้ำมันจำกัดปริมาณการเติมคันละไม่เกิน 1,500-2,000 บาท ทำให้ต้องโทรเช็กและตระเวนเติมหลายที่จนเสียเวลา และจำเป็นต้องตัดวงจรการส่งโรงงานในระยะไกลออกไปเพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงต้นทุนน้ำมันไฮดรอลิกสำหรับรถตักที่ปรับราคาขึ้นจากแกลลอนละ 880 บาท เป็นกว่า 1,000 บาทแล้ว
ในส่วนของทีมรับจ้างตัดและบรรทุกปาล์ม ยอมรับว่าน้ำมันที่แพงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อความคุ้มทุน จากเดิมคิดค่าบริการกิโลกรัมละ 80 สตางค์ ถึง 1 บาท เตรียมที่จะขอเจรจากับเจ้าของสวนเพื่อปรับขึ้นค่าจ้างเป็นกิโลกรัมละกว่า 1 บาท เพื่อให้ทีมงานสามารถอยู่รอดได้ภายใต้วิกฤตพลังงานครั้งนี้






