ลุยฉีดน้ำสกัดควันไฟป่า ถนน 105 แม่ฮ่องสอน หลัง PM2.5 พุ่งวิกฤต

สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในแม่ฮ่องสอนยังน่าห่วง ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งเกินมาตรฐานหลายพื้นที่ ทหารพัฒนาระดมกำลังฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ

กองบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) โดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 (นพค.36) สำนักงานพัฒนาภาค 3 จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน หลังสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทวีความรุนแรง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พ.อ.ราชพล ทองอารีย์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สนภ.3 นทพ. ได้สั่งการให้ชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 4 นาย พร้อมรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ ความจุ 9,000 ลิตร ลงปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำบนถนนทางหลวงหมายเลข 105 (แม่สอด–แม่สะเรียง) บริเวณบ้านคอนผึ้ง หมู่ 5 ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย

ลุยฉีดน้ำสกัดควันไฟป่า ถนน 105 แม่ฮ่องสอน หลัง PM2.5 พุ่งวิกฤต

การปฏิบัติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งอยู่ในระดับเกินค่ามาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

พ.อ.ราชพล เปิดเผยว่า จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศเมื่อเวลา 07.00 น. พบค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่าง 93.08 – 345.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีแดง) หลายจุด อาทิ พื้นที่ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง วัดได้ 197.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และตำบลจองคำ อำเภอเมือง วัดได้ 136.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ลุยฉีดน้ำสกัดควันไฟป่า ถนน 105 แม่ฮ่องสอน หลัง PM2.5 พุ่งวิกฤต

นอกจากนี้ ยังพบจุดความร้อนหรือจุดเกิดไฟป่าสูงถึง 162 จุดในวันเดียว สะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่

ทั้งนี้ หน่วยทหารพัฒนายังคงเดินหน้ามาตรการลดมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และลดผลกระทบด้านสุขภาพให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

ลุยฉีดน้ำสกัดควันไฟป่า ถนน 105 แม่ฮ่องสอน หลัง PM2.5 พุ่งวิกฤต