มีพิรุธ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ที่สุราษฎร์ฯ สั่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ

รมว.ยุติธรรม สั่งดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ กรณีน้ำมันหายกว่า 50 ล้านลิตร ระหว่างขนส่งทางทะเล ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

3 เม.ย.69  การแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)  โดยพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเรื่องการกักตุนน้ำมัน ตั้งแต่ต้นทาง จากโรงกลั่นน้ำมัน ไปจนถึงปลายทาง ซึ่งเป็นคลังน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมัน ที่ผ่านมา พบการกระทำผิดทั้งในส่วนของผู้ค้าน้ำมัน ตามมาตรา 7 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 และมีการจับกุมแล้วหลายราย ที่จังหวัดอ่างทอง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจังหวัดนครสวรรค์ 

โดยหนึ่งในกรณีที่พบความผิดปกติชัดเจน คือ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งตรวจสอบพบว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันรวม 217 ล้านลิตร ออกจากคลังน้ำมัน 6 แห่ง จำนวน 96 เที่ยว แต่ระหว่างการขนส่งทางทะเลพบว่า มีน้ำมันหายไปบางส่วน ซึ่งเมื่อน้ำมันถึงปลายทางจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เหลือเพียง 160 ล้านลิตร เท่ากับน้ำมันหายไปถึง 57 ล้านลิตร จึงมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ และตั้งวอร์รูม สืบสวนขยายผลและเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำต่อไป 

มีพิรุธ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ที่สุราษฎร์ฯ สั่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ

ขณะที่ ตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบโรงกลั่นน้ำมัน มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือมีการกักตุน เนื่องจาก ปริมาณน้ำมันที่พบในถัง เป็นเพียงน้ำมันคงถังที่ไม่สามารถดึงขึ้นมาจำหน่ายได้
 

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย  ร่วมแถลงถึงมาตรการตรวจสอบ ติดตาม และบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันและลักลอบส่งออก ยืนยันว่ารัฐบาลได้ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะมีอิทธิพลเพียงใด

มีพิรุธ น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ที่สุราษฎร์ฯ สั่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ

พร้อมย้ำว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสวงหากำไรเกินควรในช่วงวิกฤต พร้อมสั่งการสอบสวนเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความร่วมมือปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด และขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันยุติพฤติกรรมเอาเปรียบสังคม