จับหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลฯ อ้างเป็นตำรวจหลอกผู้เสียหาย

จับหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจหลอกผู้สูงวัยสูญเงินกว่า 3 ล้านบาท พบหนี 4 หมายจับ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายประทีปฯ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด (บัญชีม้า)” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณไร่กระชายแห่งหนึ่ง ม.4 ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

จับหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลฯ อ้างเป็นตำรวจหลอกผู้เสียหาย

พฤติการณ์สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ติดต่อไปหาผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สูงวัย โดยแอบอ้างตัวว่าเป็นพนักงานของธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ แจ้งว่ามีคนร้ายนำข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายไปลักลอบเปิดบัญชีที่สาขามุกดาหาร และมีเงินโอนเข้าบัญชีกว่า 4 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและการฟอกเงิน จากนั้นได้หลอกให้ผู้เสียหายแอดไลน์แอบอ้างเป็น "สภ.เมืองมุกดาหาร" โดยกลุ่มคนร้ายได้ทำการวิดีโอคอลสวมใส่เครื่องแบบข้าราชการตำรวจอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ระดับพันตำรวจโทเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากร หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์จะต้องโอนเงินจากทุกบัญชีธนาคารที่มีอยู่ไปให้เจ้าหน้าที่ ปปง. 

จับหนุ่มรับจ้างเปิดบัญชีม้าแก๊งคอลฯ อ้างเป็นตำรวจหลอกผู้เสียหาย

ตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปรวมกว่า 1,066,226 บาท แต่ภายหลังทราบว่าถูกหลอก โดยจากการตรวจสอบพบว่าเงินดังกล่าวได้ถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของนายประทีปฯ (ผู้ต้องหา) นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำบัญชีนี้ไปหลอกลวงเหยื่อรายอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท และเมื่อตรวจสอบประวัติยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับค้างเก่าที่ยังต้องการตัวอีก 3 หมายจับ รวมเป็น 4 หมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตามจนทราบเบาะแสว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมารับจ้างทำงานอยู่ในไร่กระชายพื้นที่ จ.นครปฐม จึงเข้าแสดงตัวและทำการจับกุมไว้ได้ในที่สุด จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้ถูกนายหน้าชื่อเจ๊นีชักชวนให้ไปทำงานก่อสร้าง แต่บังคับว่าต้องไปเปิดบัญชีธนาคารก่อน ซึ่งตนได้ยอมเปิดไปทั้งหมด 4 บัญชี เมื่อเจ๊นีบังคับให้เปิดบัญชีที่ 5 ตนรู้สึกว่ามากเกินไปจึงปฏิเสธ จากนั้นเจ๊นีได้พาไปรับประทานอาหารโดยบอกว่าจะให้ค่าตอบแทนภายหลัง แล้วก็แยกย้ายหายตัวไปโดยไม่เคยติดต่อให้ตนไปทำงานหรือให้เงินค่าตอบแทนแต่อย่างใด

.

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.5 บก.ป. ดำเนินการ