- 07 เม.ย. 2569
"อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" สรุปวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำจากข้อมูลล่าสุด เช้าวันที่ 7 เมษายน 2569 ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
"อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำ ล่าสุดมาให้แล้ว โดยได้ระบุผ่านเฟซบุ๊ก ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เผยว่า
สรุปวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำจากข้อมูลล่าสุด เช้าวันที่ 7 เมษายน 2569
บทสรุปวิเคราะห์ราคาทองคำ: ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ราคาทองคำในช่วงต้นเดือนเมษายน 2026 ตกอยู่ในสภาวะ "ปัจจัยพื้นฐานที่ขัดแย้งกัน" (Conflicting Fundamentals) คือ
แม้จะมีแรงหนุนจากความตึงเครียดของสงคราม แต่ก็ถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และนโยบายการเงินที่เข้มงวด ดังนี้
1. ผลกระทบจากตัวเลขเศรษฐกิจ (ISM Services PMI)
ดัชนีภาคบริการ (ISM Services PMI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมีนาคมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 54 (ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 55) สะท้อนถึงการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตลาดกังวลมากกว่าคือ ดัชนีราคา (Prices Index) ที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากต้นทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบของความขัดแย้งกับอิหร่าน
วิเคราะห์: ข้อมูลนี้ทำให้ตลาดกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งในด้านหนึ่งเป็นผลดีต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ
2. ปัจจัยสงครามอิหร่าน: จากแรงหนุนสู่ความผันผวน
แม้สงครามอิหร่านควรจะเป็นปัจจัยบวก (Safe Haven) แต่ราคาทองคำกลับปรับตัวลดลงประมาณ 16% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเทขายทำกำไร และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield) และดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น
วิเคราะห์: ผู้เชี่ยวชาญจาก Merrill (Emily Avioli) มองว่านี่เป็นเพียงการปรับฐานชั่วคราว เมื่อ "อาการตกใจ" (Shock) จากสงครามเริ่มคลี่คลาย ปัจจัยพื้นฐานที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เช่น ความต้องการจากธนาคารกลาง และความต้องการของนักลงทุนรายย่อย จะกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง
3. กลยุทธ์เหนือชั้นของธนาคารกลางฝรั่งเศส (Bank of France)
มีรายงานที่น่าสนใจว่าธนาคารกลางฝรั่งเศสได้ดำเนินการโยกย้ายทองคำสำรอง 129 ตันกลับจากสหรัฐฯ โดยใช้วิธี "ขายในนิวยอร์กและซื้อคืนในยุโรป" แทนการขนส่งจริง
ผลลัพธ์: ฝรั่งเศสสามารถทำกำไรจากส่วนต่างราคาและการจัดการมาตรฐานทองคำได้สูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.3 หมื่นล้านยูโร)
นัยสำคัญ: สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางต่าง ๆ ยังคงให้ความสำคัญกับการถือครองทองคำไว้ในประเทศตนเอง (Repatriation) เพื่อความมั่นคงท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
4. แนวโน้มและทิศทางราคา (Technical View)
• กรอบการเคลื่อนไหว: นักวิเคราะห์มองแนวรับสำคัญที่ $4,580 - $4,620 หากราคาลงมาแตะระดับนี้ คาดว่าจะเห็นแรงซื้อกลับจากธนาคารกลางและกองทุน ETF
• เป้าหมายระยะยาว: แม้ปัจจุบันจะมีความผันผวน แต่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เช่น UBS และ JP Morgan ยังคงมองเป้าหมายราคาทองคำในปี 2026 ไว้สูงถึง $6,200 - $6,300 โดยเชื่อว่าเมื่อวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงเริ่มต้นอย่างชัดเจน ทองคำจะทะยานขึ้นอีกครั้ง
สรุปภาพรวมสำหรับนักลงทุน
สถานการณ์ปัจจุบันคือการ "ปรับฐานท่ามกลางขาขึ้น" โดยมีปัจจัยลบ: คือดอลลาร์แข็งค่า, อัตราดอกเบี้ยที่ค้างสูง, และแรงเทขายทำกำไร แต่มีปัจจัยบวก: คือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่จบ, ปัญหาเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน, และความต้องการทองคำอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลก
คำแนะนำ: ควรติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น






