- 09 เม.ย. 2569
คืบหน้ากรณีไซเบอร์รวบอดีต ผจก. ห้างดัง แฮกระบบข้อมูล เจ้าตัวสารภาพเหตุผลลงมือสุดพีก สร้างความเสียหายกว่า 10 ล้าน
คืบหน้ากรณี วันที่ 9 เม.ย. 2569 ตำรวจไซเบอร์นำกำลังเข้าจับกุมนายสมเจตน์ อดีตผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเน็ตเวิร์กของห้างสรรพสินค้าชื่อดังรายหนึ่ง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1981/2569 พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2568 มีตัวแทนจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังรายหนึ่งในพื้นที่ย่านนนทบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ว่า มีคนร้ายได้ทำการแฮกระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของทางห้าง จนหน้าจอคอมพิวเตอร์มีอาการดำมืด ไม่สามารถใช้งานได้ทั้งระบบ โดยมีตัวหนังสือขึ้นหน้าจอว่า "CIO Get Out" ซึ่งหมายถึงผู้บริหารสูงสุดที่บริหารสายงานระบบข้อมูลออกไป
ภายหลังพบความผิดปกติของระบบ ฝ่ายเทคโนโลยีของทางห้างได้เข้าตรวจสอบระบบสารสนเทศ และระบบต่าง ๆ ภายใน แต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งระบบที่ถูกทำลายเป็นระบบที่ใช้งานสำหรับให้พนักงานของห้างใช้ดำเนินงานทางธุรกิจ และให้บริการแก่พันธมิตรการค้า (Partner) และผู้จัดส่งสินค้า (Supplier) รวมถึงใช้งานประเภทอื่น ๆ
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบสารสนเทศของทางห้างได้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน Administrator เป็นรหัสผ่านใหม่ เพื่อป้องกันและครอบครองสิทธิสูงสุดในการดำเนินการแก้ไขระบบ จนสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนานกว่า 12 ชั่วโมง สร้างความเสียหายทางธุรกิจกับทางห้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
โดยชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 จึงทำการสืบสวนแกะรอย จนทราบตัวผู้ก่อเหตุที่ลงมือแฮกระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของห้างดังรายนี้ คือ นายสมเจตน์ มากสมบูรณ์ อดีตผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเน็ตเวิร์กของห้างเดียวกันที่ผู้เสียหายแจ้งความ ซึ่งถูกทางบริษัทให้ออกจากงานไปก่อนที่เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้น จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับและหมายค้นบ้านพัก ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลาง
จากการสอบสวนนายสมเจตน์ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุแฮกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของทางห้างจริง เนื่องจากไม่พอใจผู้บริหารจากปัญหาส่วนตัว โดยตั้งใจเพียงกลั่นแกล้งเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดผลกระทบจนเกิดความเสียหายสูงนับสิบล้านบาท
โดยตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐาน “เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ”






