- 10 เม.ย. 2569
ชาวประมงพังงาโอดราคาน้ำมันพุ่งลิตรละ 50 บาท แบกต้นทุนออกเรือไม่ไหวเตรียมหยุดเดินเรือกว่า 400 ลำ จี้รัฐเร่งช่วยเหลือด้านราคาด่วน อาจส่งผลให้แรงงานกว่า 5,000 คนต้องตกงานทันทีหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น
พังงา (9 เมษายน 2569) – สถานการณ์ประมงไทยส่อเค้าวิกฤต! นายกสมาคมประมงพังงาเผยผู้ประกอบการแบกต้นทุนไม่ไหว เตรียมสั่งจอดเรือกว่า 400 ลำ หลังราคาน้ำมันเขียวพุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว วอนรัฐบาลเร่งหามาตรการช่วยเหลือก่อนล่มสลายทั้งอาชีพ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวบริเวณแพปลาในอำเภอท้ายเหมือง จ.พังงา พบเรือประมงจำนวนมากต้องจอดนิ่งเนื่องจากไม่คุ้มทุนในการออกเรือ โดย นายทวี แพใหญ่ นายกสมาคมประมงจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า วิกฤตราคาน้ำมันจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชาวประมง จากเดิมที่เคยซื้อน้ำมันเขียวได้ในราคาลิตรละ 18–19 บาท แต่ปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นเกือบ 50 บาทต่อลิตร
นายทวีระบุว่า การออกเรือแต่ละรอบมีค่าใช้จ่ายมหาศาล ทั้งค่าจ้างแรงงาน 50–60 คนต่อลำ และค่าน้ำมัน รวมแล้วเกือบ 2 ล้านบาท ขณะที่ราคาสัตว์น้ำยังคงเท่าเดิม ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เรือที่จอดทิ้งไว้ยังมีภาระค่ารักษาและการจ้างคนดูแลเฉลี่ยลำละ 8 คน คิดเป็นเงินหลักแสนบาทต่อเดือนโดยไม่มีรายได้เข้ามา
ปัจจุบันจังหวัดพังงามีเรือประมงรวมกว่า 400 ลำ หากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการควบคุมราคาน้ำมันหรือสนับสนุนต้นทุนที่ชัดเจน ผู้ประกอบการทั้งหมดอาจจำเป็นต้องหยุดเดินเรือ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องดังนี้:
- แรงงาน: ประชากรในภาคประมงกว่า 4,000–5,000 คน เสี่ยงตกงานทันที
- ผู้บริโภค: สัตว์น้ำทะเลจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น กระทบห่วงโซ่อาหารวงกว้าง
นายกสมาคมประมงจังหวัดพังงาจึงเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อต่อลมหายใจให้ชาวประมงก่อนที่หลายรายจะต้องตัดสินใจประกาศขายเรือและยุติอาชีพอย่างถาวร






