- 10 เม.ย. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเจ้าของบัญชีม้าแก๊ง “หมอเก๊” สร้างโปรไฟล์หรูดูดี หลอกปลัด อบต. ลงทุนสูญเงินกว่า 4 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม นายจักรพงศ์ฯ อายุ 45 ปี กระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดของผู้อื่นฐานร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น, เป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดของผู้อื่นฐานร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนฯ” ตามหมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ จ 555/2567 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2568
สถานที่จับกุม บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่ง แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ผู้เสียหายซึ่งเป็นปลัด อบต. แห่งหนึ่ง ได้รับการติดต่อผ่านเฟซบุ๊กจากบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “นายพิชิตฯ” อ้างตัวว่าเป็นหมอเกษียณที่มีธุรกิจจำนวนมาก จากนั้นคนร้ายใช้วิธีตีสนิทผ่านการวิดีโอคอลจนผู้เสียหายหลงเชื่อและตกลงคบหากัน จากนั้นจึงเริ่มชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มที่อ้างว่าเป็น "เพจการกุศล" ผ่านเว็บไซต์ https://tikthaix.com
ในช่วงแรกคนร้ายสร้างความตายใจด้วยการให้ทดลองลงทุน 50,000 บาท และคืนเงินพร้อมกำไรให้จริงจำนวน 54,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่มเพื่อขยับระดับการลงทุนไปยังห้องที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น โดยนายพิชิตฯ ชักชวนให้ขยับไปเล่นใน "ห้องที่ 2" ซึ่งอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงกว่าเดิม แต่ต้องเติมเงินเพิ่มขึ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อและเริ่มโอนเงินจากบัญชีส่วนตัวไปยังบัญชีม้าต่าง ๆ ตามที่นายพิชิตฯ (ซึ่งอ้างว่าประสานกับฝ่ายบริการ) แจ้งมา ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจากบัญชีส่วนตัว 2 บัญชี ไปยังบัญชีม้าในเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 17 ครั้ง รวมความเสียหายทั้งหมด 4,173,642 บาท เมื่อยอดเงินในแพลตฟอร์มแสดงกำไรสูงถึง 28,419,215 บาท ผู้เสียหายพยายามจะถอนเงินออกมา แต่ฝ่ายบริการลูกค้า (Admin) กลับแจ้งว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนเลขบัญชี ค่าธรรมเนียมการกดรับโบนัส และล่าสุดคือต้องจ่าย "ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10%" เป็นเงินอีกกว่า 1.9 ล้านบาท แม้ผู้เสียหายจะโอนเงินเพิ่มไปอีก 500,000 บาทเพื่อหวังจะถอนเงินเดิมออกมา ก็ยังไม่สามารถทำได้และไม่สามารถติดต่อ "นายพิชิตฯ" ได้อีกเลย
ต่อมาผู้เสียหายจึงได้แจ้งความดำเนินคดี และพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยทับทัน ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการนี้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ.ฯ ได้สืบทราบว่า นายจักรพงศ์ฯ ผู้ต้องหาในขบวนการนี้จะมีการเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้รถโดยสารสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมฯ จึงวางกำลังตรวจสอบพื้นที่จุดจอดรถหมอชิต จึงเข้าจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยตนเองถูกหลอกให้ไปทำงานที่ฝั่งประเทศลาว ซึ่งเพิ่งทราบภายหลังว่าตนเองถูกออกหมายจับ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ระวัง "รักออนไลน์... กลายเป็นหนี้หลักล้าน" มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้มาแค่ข้อความหลอกลวง แต่มาในรูปแบบ "โปรไฟล์ดี ดีกรีเนี้ยบ" เพื่อสร้างความเชื่อใจ นี่คือจุดสังเกตที่คุณต้องระวัง
โปรไฟล์ "เพอร์เฟกต์" เกินจริง
มิจฉาชีพมักอ้างตัวเป็นบุคคลอาชีพมั่นคง เช่น หมอ, นักธุรกิจ, วิศวกร หรือข้าราชการเกษียณ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือและใจดี
วิดีโอคอลได้ "แต่ไม่สบตา"
ปัจจุบันมิจฉาชีพสามารถใช้เทคโนโลยี Deepfake หรือวิดีโอที่อัดไว้ล่วงหน้ามาตัดต่อเพื่อวิดีโอคอลคุยกับเหยื่อได้ ดังนั้น การเห็นหน้าไม่ได้ยืนยันว่าเป็นตัวจริงเสมอไป
การลงทุนที่ "ใจดีผิดปกติ"
หากคนที่เพิ่งรู้จักทางออนไลน์ชวนลงทุน โดยอ้างว่า "จะสอนให้" หรือ "ออกเงินให้ก่อน" ในช่วงแรก ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะนั่นคือการ "ตกเบ็ด" ให้เหยื่อตายใจเมื่อได้รับเงินคืนในครั้งแรก
แพลตฟอร์มปลอม ยอดเงินหลอก
ตัวเลขกำไรมหาศาลที่เห็นในหน้าเว็บไซต์ (เช่น กรณีนี้สูงถึง 28 ล้านบาท) เป็นเพียง "ตัวเลขสมมติ" ที่มิจฉาชีพเขียนโปรแกรมขึ้นมาเอง ไม่ใช่ยอดเงินในบัญชีธนาคารจริง
"กับดัก" ตอนถอนเงิน
เมื่อจะถอนเงิน มักจะมีข้ออ้างร้อยแปดเพื่อให้เราโอนเงินเพิ่ม เช่น ต้องจ่ายค่าภาษี 10% ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมถอนเงิน โอนเงินมาเพิ่มเพื่อปลดล็อกบัญชี
จำไว้ว่า: การลงทุนที่ถูกต้อง จะไม่มีการให้โอนเงินเพิ่มเพื่อถอนเงินเดิมออกมาเด็ดขาด






