- 17 เม.ย. 2569
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา เผยผลการศึกษาชันสูตรศพผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการรับวัคซีนโควิด-19 จำนวน 326 ราย
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา เปิดเผยข้อมูลการศึกษาผลชันสูตรศพผู้เสียชีวิตที่มีความเกี่ยวข้องกับการรับวัคซีนโควิด-19 จำนวน 326 ราย จากการรวบรวมงานวิจัยและรายงานทางการแพทย์หลายประเทศ เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนกับภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ โดยเฉพาะผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าควรมีการศึกษาผลข้างเคียงของวัคซีนอย่างรอบด้านและต่อเนื่อง เพื่อประเมินทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้วัคซีนในวงกว้าง ระบุ
ชันสูตรศพผู้ตายจากวัคซีนโควิด 326 ราย..
(พวกเราเป็นพวกที่ได้รับวัคซีนรวมทั้งหมอด้วย และตอนแรกสนับสนุนให้ฉีดด้วยซ้ำ แต่เห็นคนเสียชีวิตและคนพิการ จึงได้พยายามให้มีการทบทวน การเข้าใกล้ธรรมชาติ มังสวิรัติให้มากที่สุด ได้รับแดดอ่อน จะช่วยจากหนักเป็นเบาได้ครับ และข้อสำคัญใจเป็นสุข ในการเอื้อเฟื้อผู้อื่น และทุกชีวิต)
ในระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดการระบาดโควิด นอกจากผู้ที่เสียชีวิตจากโควิดโดยตรงแล้ว ยังมีรายงานผลข้างเคียงของวัคซีน จนกระทั่งแท้จริงแล้ว มีการเสียชีวิตจำนวนมากด้วย
รายงานเหล่านี้ ทั้งจากประชาชน จากแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วย ถูกมองข้าม ทั้งนี้ด้วยหลักการและความเชื่อที่ว่าวัคซีนช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ จนกระทั่งแม้ติดก็จะมีอาการไม่มาก และป้องกันการเสียชีวิตได้ จนถึงป้องกันการเกิดลองโควิด และการที่เจ็บป่วยหรือมีการเสียชีวิตจากวัคซีนนั้น มีปริมาณสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ของวัคซีนที่ให้ทั้งโลก
แม้ในระยะต่อมา มีรายงานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ซึ่งให้ข้อมูลอีกด้าน กลับถูกมองว่าเป็นกลุ่มต่อต้านวัคซีน โดยไม่ได้พิจารณาถึงข้อมูลและหลักฐานให้ชัดเจน และประการสำคัญคือ ในผู้เสียชีวิตนั้นไม่ได้รับการชันสูตรศพ จึงไม่สามารถหาความเชื่อมโยงได้ชัดเจน
รายงานนี้ มีคณะทำงานประกอบไปด้วยแพทย์และนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน จากเยล จากสถาบันมะเร็ง (Cross Cancer Institute) แคนาดา องค์กรอิสระจากสหรัฐ ได้ร่วมกันวิเคราะห์และรายงานในคลังฐานข้อมูล Zenodo ที่ดำเนินการภายใต้สหภาพยุโรป โปรแกรม OpenAIRE และองค์กร CERN (European Organization for Nuclear Research) เพื่อส่งเสริมทางเชื่อมโยงการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์อย่างยั่งยืน
และต่อมาตีพิมพ์ในวารสาร ESC Heart Fail. 2024 Jan 14;12(5):3212–3225. doi: 10.1002/ehf2.14680
Autopsy findings in cases of fatal COVID‐19 vaccine‐induced myocarditis
รายงานนี้รวบรวมการศึกษาที่มีรายงานมาล่วงหน้าจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2023 ที่เกี่ยวข้องกับการได้รับวัคซีนโควิดและเสียชีวิต
หลังจากที่มีการกลั่นกรองข้อมูลทั้งหมดจาก 678 รายการ พบว่ามี 44 รายงานที่มีการวินิจฉัย โดยมีการชันสูตรศพด้วย โดยมี 325 ราย และอีกหนึ่งรายเป็นการพิสูจน์ชิ้นเนื้อ
โดยจุดประสงค์เพื่อให้หลักฐานว่า วัคซีนโควิดเป็นสาเหตุตรงหรือเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้เสียชีวิต และเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่วงการแพทย์ เพื่อให้เข้าใจในลักษณะอาการหรือกลุ่มอาการที่วัคซีนโควิดก่อให้เกิดผลแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงได้
ระบบที่เสียหายและเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิดจนถึงเสียชีวิตนั้น ประกอบไปด้วย ระบบหัวใจและหลอดเลือด 53% ระบบโลหิตวิทยา 17% ระบบทางเดินหายใจ 8% และมีหลายระบบเสียหายร่วมกัน 7% ทั้งนี้ 21 รายในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวมีอวัยวะที่ได้รับผลกระทบสามระบบหรือมากกว่า
โดยที่ 302 รายเกิดจากระบบอวัยวะเดียว สามรายเกิดจากสองระบบ 8 รายเกิดขึ้นในสามระบบ และ 13 รายเกิดขึ้นในสี่ระบบหรือมากกว่า
ระยะเวลาจากที่ได้รับวัคซีนจนกระทั่งเสียชีวิตโดยเฉลี่ย 14.3 วัน และผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเจ็ดวันหลังจากที่ได้รับวัคซีน
240 ราย หรือ 73.9% ได้มีการพิจารณาจากหลักฐานต่าง ๆ ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด จากความสัมพันธ์กับเงื่อนไขเวลา ความเป็นไปได้ในการอธิบายจากกลไกทางการกำเนิดพยาธิสภาพ และลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กันในหลายรายงาน เป็นต้น
ประเด็นจากรายงานนี้ ควรจะได้รับการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถประเมินไม่ใช่แต่ประโยชน์หรือประสิทธิภาพของวัคซีน แต่ต้องเป็นความปลอดภัยสูงสุดของวัคซีน และมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะมีการบังคับฉีดวัคซีนในแทบทุกอายุ และมีกลไกในการเซ็นเซอร์ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงของวัคซีน ดังที่มีการสอบสวนในรัฐสภาสหรัฐในขณะนี้
จากผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่มีการชันสูตรศพทั้งร่าง 325 ราย และชิ้นเนื้อหัวใจ 1 ราย เป็นหญิง 139 ราย (42.6%) อายุโดยเฉลี่ย 70.4 ปี 41% ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 37% ได้รับวัคซีนชิโนแวค 13% แอสตร้าเซเนกา 7% โมเดนา 1% Johnson & Johnson และอีก 1% ชิโนฟาร์ม
รายงานนี้สอดคล้องกับหลายรายงานที่มีการศึกษาการเสียชีวิตที่มากขึ้นอย่างผิดปกติหลังจากได้รับวัคซีน
Pantazatos และ Seligmann พบว่าการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น (increased mortality) ผิดปกติและน่าจะเกี่ยวเนื่องกับวัคซีน ภายในห้าสัปดาห์หลังได้รับวัคซีน ในทุกกลุ่มอายุ เป็นจำนวน 146,000 ถึง 187,000 รายในสหรัฐอเมริกา ระหว่างกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม ปี 2021
Skidmore ประเมินว่าประมาณ 278,000 รายอาจจะเสียชีวิตจากโควิดวัคซีนในสหรัฐ เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม 2021
Aarstad และ Kvitastein ได้ทำการศึกษาประเทศในยุโรป 31 ประเทศ และพบว่าประเทศใดที่มีการฉีดวัคซีนโควิดมากในปี 2021 จะมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2022 หลังจากที่ได้มีการตัดสาเหตุอื่นออก
Pantazatos ได้ทำการวิเคราะห์และประเมินว่า สาเหตุการตายจากวัคซีนที่รายงานเข้าในระบบ VAERS (Vaccine Adverse Event Reporting System) ของสหรัฐ อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงไม่ต่ำกว่า 20 เท่า
ดังนั้นการเสียชีวิตจากวัคซีนที่มีการรายงานจากระบบของสหรัฐ จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2023 อาจจะสูงถึง 706,480 ราย จากตัวเลขที่รายงาน 35,324 ราย
(เนื้อหาส่วนกลไกทางชีววิทยาและรายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ ผมคงไว้ทั้งหมด เพียงแก้คำผิดและเว้นวรรคเพื่อให้อ่านได้ชัดเจน)
จุดมุ่งหมายของวัคซีนอยู่ที่การป้องกันโรคและช่วยชีวิตเป็นสำคัญ ไม่ใช่ก่อให้เกิดโรคและการเสียชีวิตในคนแข็งแรงและคนที่เปราะบาง
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา และ นพ.ดร.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และ ที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต






