รัฐบาลใช้ดาวเทียมสั่งการดับไฟป่า คุมสถานการณ์แม่แตงได้สำเร็จ แม้พื้นที่เข้าถึงยาก

ไฟป่าแม่แตง การจัดการไฟป่า รัฐบาลใช้ดาวเทียม Hotspot ติดตามจุดความร้อน สั่งการดับไฟป่า เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม การควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน

ไฟป่าแม่แตง การจัดการไฟป่า รัฐบาลใช้ดาวเทียม Hotspot ติดตามจุดความร้อน สั่งการดับไฟป่า เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม การควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน พื้นที่ป่าลึก การอนุรักษ์ป่าไม้ ภัยพิบัติธรรมชาติประเทศไทย

 

  • รัฐบาลเดินหน้า ดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม สั่งการรวดเร็ว คุมสถานการณ์แม่แตงสำเร็จ แม้พื้นที่ป่าลึกเข้าถึงยาก

 

รัฐบาลใช้ดาวเทียมสั่งการดับไฟป่า คุมสถานการณ์แม่แตงได้สำเร็จ แม้พื้นที่เข้าถึงยาก

วันที่ 17 เมษายน 2569 — นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างเข้มข้น โดยเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะระบบติดตามจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจจับและสั่งการเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

 

กรณีล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับรายงานจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) จำนวน 9 จุด เมื่อเวลา 01.43 น.

 

รัฐบาลใช้ดาวเทียมสั่งการดับไฟป่า คุมสถานการณ์แม่แตงได้สำเร็จ แม้พื้นที่เข้าถึงยาก

อย่างไรก็ตาม พื้นที่เกิดเหตุเป็น “ป่าลึก” การเข้าถึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเดินเท้าและวางแผนเข้าพื้นที่อย่างรอบคอบ ก่อนจะสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุและเริ่มปฏิบัติการดับไฟได้ในเวลา 13.10 น. และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จในเวลา 16.00 น. โดยพบว่าพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณได้รับความเสียหายรวมประมาณ 70 ไร่

 

 

จากการสั่งการอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่รวม 24 นาย จากหลายหน่วย ได้แก่ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ และชุดสายตรวจ ได้บูรณาการกำลังเข้าปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ แม้สภาพพื้นที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึง

 

 

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถ “เห็นก่อน-ไปถึงเร็ว-ควบคุมได้ไว” แม้ในพื้นที่ทุรกันดาร ช่วยลดความเสี่ยงการลุกลามของไฟป่าในวงกว้าง และเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการไฟป่าในปัจจุบัน

 

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสาเหตุของไฟป่าเกิดจากการเข้าไปเก็บหาของป่าในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่

 

 

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพการทำงานภาคสนาม เพื่อให้การดับไฟป่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ในพื้นที่เข้าถึงยาก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5” นางสาวลลิดา กล่าว

 

 

รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในทุกกรณี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวัง เพื่อร่วมกันลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันอย่างยั่งยืนในระยะยาว