- 17 เม.ย. 2569
คดีส่อพลิก อินฟลูฯ แฝดดังแจงดราม่าสงกรานต์ ยันไม่ได้เริ่ม แค่เข้าไปห้ามแต่โดนลูกหลง พยานชี้อีกมุม ฝั่งกระบะถูกแฉมีอาวุธ งานนี้ใครถูกใครผิด
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมจับตา กรณีเหตุทะเลาะวิวาทช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นเล่นน้ำกับครอบครัวรถกระบะ ที่บานปลายจากเหตุถอยรถเฉี่ยวชน จนกลายเป็นเหตุชุลมุนทำร้ายร่างกาย และลุกลามไปถึงการบุกทำร้ายกันในโรงพยาบาล
เพจ อรรถรส ฟังความ 2 ข้าง อัปเดตดราม่ากระบะถอยรถ VS วัยรุ่นเล่นน้ำ คดีส่อพลิกเมื่อพยานแฉฝั่งลุงงัดอาวุธสู้ ซัดกันนัวลามถึงเตียง รพ.
มุมที่ 1: คำให้การจาก "พ่อของเด็ก ที่ถูกถอยรถชน" (ชายเสื้อลาย อายุ 38 ปี)
- พ่อเด็กเล่าว่า วันเกิดเหตุพาลูกหลานเล่นน้ำ จู่ๆ ได้ยินเสียงกระบะเบิ้ลเครื่องพ่นควันดำอยู่นาน และถอยรถมาจุดที่เด็กเล่นน้ำ
- มีเด็กวิ่งมาบอกแม่ว่าโดนรถชน และรู้สึกเจ็บ พ่อเด็กจึงเดินไปที่รถกระบะ ตั้งใจแค่จะไปต่อว่า "ขับรถแบบนี้ได้ไง จะทับเด็กตายอยู่แล้ว"
- พ่อเด็กอ้างว่า คนขับกระบะเปิดประตูลงมาด้วยท่าทีไม่สำนึก และพูดจาหาเรื่องว่า "มึงมีอะไร?" จึงเกิดการชุลมุนชกต่อยกัน (มีเพียงลูกสาวที่ออกมาขอโทษ)
- พ่อเด็กอ้างว่า ญาติผู้น้องของตนถูกฝั่งกระบะกระทืบจนชักและ "ขาหัก" ตนเข้าไปช่วยก็ถูกฝั่งกระบะเอาขวดตีหัวจนแตก (ซึ่งขัดแย้งกับฝั่งกระบะที่บอกว่าฝั่งวัยรุ่นรุมทำร้ายฝ่ายเดียว)
มุมที่ 2: คำให้การจาก "อินฟลูเอนเซอร์แฝด" (ชัชพงศ์-ชูพัฒน์)
- ยูทูบเบอร์แฝด ยืนยันว่าพวกตน "ไม่ได้เป็นคนเริ่ม" และไม่ได้ตั้งใจไปทำร้ายใคร แค่ไปเล่นน้ำสงกรานต์กับทีมงาน
- จังหวะเกิดเรื่อง ตนเดินออกไปดูเหตุการณ์ แต่กลับถูกใครบางคน (อ้างว่าเป็นฝั่งกระบะ) ผลักจนล้ม
- พอลุกขึ้นมาเห็นทีมงานบาดเจ็บ และเห็นพี่ชายตัวเองนอนกองอยู่กับพื้น จึงเข้าไปช่วยพยุงและพยายามห้ามปราม แต่กลับโดนลูกหลง ถูกขวดปาใส่จนบาดเจ็บเลือดอาบ
- ยืนยันว่าฝั่งตนไม่มีอาวุธ และแค่พยายามเข้าไปห้ามเหตุการณ์ ไม่ได้รุมทำร้ายคนแก่ตามที่ถูกกล่าวหา
มุมที่ 3: จุดพลิกคดี! คำให้การจาก "พยานคนกลางที่เข้าไปห้าม" (นายเจ อายุ 40 ปี)
- นายเจ เล่าว่าตนเห็นเหตุการณ์และพยายามเข้าไปห้ามปรามให้แยกย้าย แต่กลับถูก "ฝั่งคนขับกระบะ" รุมทำร้าย ใช้เก้าอี้ฟาดจนได้รับบาดเจ็บ
- พยานยืนยันว่า ฝั่งที่ถืออาวุธครบมือ (ทั้งมีดสปาร์ตา ไม้เบสบอล เก้าอี้ ไม้หน้าสาม และขวด) "คือฝั่งครอบครัวรถกระบะ!" ไม่ใช่ฝั่งวัยรุ่น และอ้างว่าฝั่งกระบะมีปืนด้วย
- พยานพยายามเรียกตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ให้มาระงับเหตุ แต่ตำรวจกลับยืนดูเฉยๆ ตนจึงไปแจ้งความฝั่งกระบะข้อหาทำร้ายร่างกายแล้วเช่นกัน
มุมที่ 4: เหตุการณ์เดือดภาค 2 "บุกต่อยซ้ำที่ห้องฉุกเฉิน รพ."
- รายการเปิดภาพวงจรปิดชัดเจน ในห้องฉุกเฉิน รพ.พระนั่งเกล้า ขณะที่ลุงคนขับกระบะนอนเจ็บอยู่บนเตียง
- ฝั่ง "พ่อเด็ก" (ที่หัวแตก) เข้ามารักษาตัวที่เดียวกัน พอหันไปเห็นลุงคนขับกระบะนอนอยู่ ด้วยความโมโหที่เห็นน้องชายตัวเองขาหัก จึงพุ่งเข้าไปชกหน้าลุงคนขับกระบะซ้ำในโรงพยาบาลจริงๆ
- เจ้าหน้าที่ รพ. ต้องรีบเข้ามาแยก และพาลุงคนขับกระบะย้ายหนีไป รพ. อื่น
สถานการณ์ล่าสุดทางกฎหมาย
- ทางตำรวจรับแจ้งความจาก "ทั้งสองฝั่ง" แล้ว เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างว่าถูกอีกฝ่ายทำร้ายร่างกาย และอาวุธก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นของใครกันแน่
- ประเด็นคดีบุกรุก รพ. ทางพล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา (ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นนทบุรี) ยืนยันว่า การบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายคู่กรณีในห้องฉุกเฉิน รพ. ยามวิกาล เป็นความผิดข้อหาหนัก (บุกรุกสถานที่ราชการและทำร้ายร่างกาย) ตำรวจจะดำเนินคดีพ่อเด็กในส่วนนี้อย่างเด็ดขาด
- พี่หนุ่มสรุปว่าคดีนี้ต่างฝ่ายต่างให้การไม่ตรงกันเลย ฝั่งหนึ่งบอกโดนรุม อีกฝั่งบอกฝั่งกระบะพกอาวุธครบมือ ซึ่งความจริงทั้งหมดจะถูกนำมาเคลียร์กันสดๆ ในรายการ "โหนกระแส"
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังคงมีข้อเท็จจริงที่แต่ละฝ่ายให้การไม่ตรงกัน โดยเฉพาะประเด็นว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และอาวุธเป็นของฝ่ายใด ทำให้สังคมต้องติดตามข้อสรุปจากพยานหลักฐานและการสอบสวนอย่างใกล้ชิดต่อไป
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เพจอรรถรส และรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์






