- 18 เม.ย. 2569
เพื่อนบ้านเล่านิสัยคู่ผัวเมียช่างทำผมก่อเหตุรุมหนุ่ม 26 ปี เสียชีวิตคาร้าน รู้เรื่องถึงกับช็อกแทบไม่อยากเชื่อ
จากคดีสะเทือนขวัญนายจีราวัฒน์ อายุ 59 ปี เจ้าของร้านตัดผมและภรรยาอีก 2 คน ก่อเหตุรุมทำร้าย นายฐิติ หรือ ตี๋ อายุ 26 ปี โดยอ้างว่าใช้สากกะเบือทุบศีรษะจนเสียชีวิตภายในร้านตัดผม โดยในที่เกิดเหตุมีผู้บันทึกคลิปเหตุการณ์ไว้ได้ และมีเสียงผู้ตายร้องขอชีวิต ซึ่งผู้ที่ถ่ายคลิปคือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ลูกสาวของเพื่อนผู้ตาย ที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุและเป็นพยานเพียงคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ด้านเพื่อนบ้าน 2 คนเล่านิสัยครอบครัวผู้ก่อเหตุ สุดช็อกไม่คิดว่าจะลงมือเหี้ยมขนาดนี้
โดยจากการให้การของ น.ส.เอ ระบุว่า ขณะเกิดเหตุภายในร้านมีผู้หญิงอยู่ด้วยอีก 2 คน คือ น.ส.ณัฐธยาน์ อายุ 43 ปี ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับผู้ต้องหา และ Miss Phonephimonh อายุ 34 ปี สัญชาติลาว ภรรยาคนที่ 2 ซึ่งทั้งสองอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น
ส่วน น.ส.กมลวรรณ อายุ 30 ปี สัญชาติลาว หรือ “เกด” ซึ่งเป็นภรรยาอีกคนของนายจีราวัฒน์ และมีความสัมพันธ์ลักษณะกิ๊กกับผู้ตาย แต่ได้เดินทางกลับประเทศลาวไปก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน จึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ
สำหรับจุดเริ่มต้นเหตุการณ์จากคำบอกเล่าของเพื่อนผู้ตายก่อนเทศกาลสงกรานต์ น.ส.กมลวรรณ ได้โทรศัพท์นัดให้ผู้ตายมารับโทรศัพท์ที่ร้านตัดผมดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2569 ผู้ตายได้เดินทางมาที่ร้านพร้อมเพื่อน แต่ถูกนายจีราวัฒน์ไล่กลับ และบอกให้มาหลังช่วงสงกรานต์
กระทั่งวันที่ 17 เม.ย. ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านเพียงลำพัง ก่อนจะเกิดเหตุถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายจีราวัฒน์ พร้อมด้วยภรรยาทั้งสองคน ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
คืบหน้าล่าสุด 18 เม.ย. 2569 หลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสร็จแล้ว พ่อของพยานซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิตเผยว่าลูกได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ตนฟังแล้ว โดยเหตุการณ์ที่แท้จริงคือ
เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. ผู้เสียชีวิตขับรถมาจอดหน้าร้านก่อนเดินเข้าไปบริเวณกลางร้าน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เข้ามาลากคอผู้เสียชีวิตเข้าไปด้านหลังร้าน ก่อนจะเริ่มมีการชกต่อยกัน ต่อมาได้มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทางด้านหลังของผู้เสียชีวิตและลงมือทำร้ายจนล้มลง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายตามคลิปเสียง โดยผู้เสียชีวิตร้องขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนหมดแรง
หลังจากผู้เสียชีวิตแน่นิ่งแล้ว กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนยังคงรุมทำร้ายต่อ พร้อมมีเสียงพูดในลักษณะว่าจะเอาให้ถึงตาย โดยใช้อุปกรณ์เหล็กของนั่งร้านลักษณะเป็นรูปตัว X รุมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกสาวซึ่งมีอายุเพียง 15 ปี ตกใจอย่างมาก จนต้องถอยออกมานั่งบริเวณโซฟาหน้าร้าน แต่ยังคงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
หลังเกิดเหตุ มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาบอกลูกสาวของตนว่า ไม่ให้ไปให้ปากคำกับใคร หากมีนักข่าวหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบถามก็ไม่ต้องตอบ ซึ่งตนมองว่าเป็นการข่มขู่เด็ก อีกทั้งยังพยายามสร้างเรื่องว่าผู้เสียชีวิตจะเข้ามายืมเงินแล้วไม่ได้จึงเกิดเหตุทำร้ายเพื่อป้องกันตัว ในประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าผู้เสียชีวิตถือมีดนั้น ตนยืนยันจากคำบอกเล่าของลูกสาวว่า ภาพสุดท้ายที่เห็นคือผู้เสียชีวิตนอนหงาย ไม่ได้ถือมีดแต่อย่างใด และตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านก็ไม่เห็นว่ามีอาวุธติดตัว
ด้านเพื่อนบ้านรายที่ 1 อายุ 62 ปี พนักงานโกดังกระดาษข้างร้าน เล่าว่าทำงานแถวนั้นประมาณ 5 เดือน และมาใช้บริการร้านนี้เป็นประจำ นิสัยเจ้าของร้านเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบพูดคุยหยอกล้อ
ในวันเกิดเหตุรู้สึกช็อก เพราะไม่คิดว่าคนที่ดูใจดี จะก่อเหตุรุนแรงแบบนี้ได้ วันนั้นได้แต่ดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆเพราะเจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้คนนอกเข้า
เพื่อนบ้านอีกราย วัย 36 ปีเล่าว่ารู้จักครอบครัวผู้ก่อเหตุเป็นอย่างดี ภรรยาเจ้าของร้านนิสัยดี มีน้ำใจ ชอบแบ่งของให้เพื่อนบ้าน เจ้าของร้านก็เป็นคนอารมณ์ดี เป็นกันเองกับลูกค้า ที่สำคัญ ทุกวันพุธร้านจะหยุด และพาครอบครัวไปทำบุญเป็นประจำ ครอบครัวนี้มีลูกชาย 1 คน กำลังเรียนชั้น ม.3 มีแม่ป่วยติดเตียงต้องดูแล
และยังมีลูกสาวของ “เกด” อีก 1 คน กำลังจะขึ้น ม.1 และวันเกิดเหตุ ยังตรงกับวันเกิดของลูกสาวเกดอีกด้วย ส่วนตอนนี้ไม่รู้เด็กๆจะไปอยู่ที่ไหนและจะเป็นอย่างไรต่อ รู้สึกเป็นห่วงเด็กๆมาก






