เตือนภัย "โรคเมลิออยด์" คร่าชีวิตแล้ว 23 ราย เกษตรกรเสี่ยงสูง

สถานการณ์น่ากังวล เมื่อพบผู้เสียชีวิตจาก "โรคเมลิออยด์" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ไข้ดิน" แล้ว 23 ราย โรคนี้ติดต่อผ่านดินและน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือพื้นที่ชื้นแฉะ

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เตือนประชาชนเฝ้าระวัง "โรคเมลิออยด์โดสิส" หลังสถานการณ์การระบาดในปี 2569 ยังคงน่ากังวล ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศแล้ว 732 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 23 ราย โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และมีอันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทันท่วงที เชื้อโรคนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำ ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินหรือน้ำโดยตรงมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน (เสี่ยงสูงสุด), โรคไตเรื้อรัง, โรคธาลัสซีเมีย หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

เตือนภัย "โรคเมลิออยด์" คร่าชีวิตแล้ว 23 ราย เกษตรกรเสี่ยงสูง

ดร.นายแพทย์หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคเมลิออยด์โดสิส ในเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วยสะสมรวม 68 ราย เสียชีวิต 2 ราย  โดยพบกลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดคือ 50 ปีขึ้นไป โดยระบุว่า โรคเมลิออยด์โดสิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล การหายใจเอาฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่มีเชื้อเข้าไป เมื่อได้รับเชื้อจะเริ่มแสดงอาการได้หลากหลายทั้งแบบเฉียบพลันรุนแรง จนถึงแบบค่อยเป็นค่อยไปและเรื้อรัง อาการแบบเฉียบพลันจะมีอาการเฉลี่ย 3 - 7 วัน ส่วนแบบเรื้อรัง จะมีอาการภายใน 2 - 3 สัปดาห์ จนเป็นเดือนหรือหลายปี กลุ่มเสี่ยงสำคัญคือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน โรคไต ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เกษตรกรหรือผู้ที่สัมผัสดินและน้ำ ซึ่งกลุ่มนี้เมื่อป่วยติดเชื้อแล้วจะมีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูง 

ทั้งนี้ อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ คือ ไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก มีแผลบวมแดง มีหนอง หรือมีแผลติดเชื้อ ทั้งนี้ลักษณะของแผล ฝีหนองที่อาจพบได้ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนหรือก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง  ลักษณะคล้ายฝีที่มีหนองอยู่ภายใน ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ บวม แดง ร้อน และกดเจ็บ ตุ่ม ฝีอาจแตกมีหนองไหลสีขาว เหลือง หรือขุ่น บางรายเกิด หลายจุดพร้อมกัน หากเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดอาจเกิด ภาวะติดเชื้อรุนแรง ซึ่งเสี่ยงเสียชีวิต เพราะฉะนั้น หากมีอาการร่วม เช่น ไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลียหรือมีตุ่ม ฝีหนองลักษณะดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์ทันที และขอความร่วมมือให้หน่วยงานสาธารณสุข เร่งให้คำแนะนำประชาชนกลุ่มเสี่ยง ให้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำ สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ พร้อมย้ำว่าหากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน และมีประวัติเสี่ยงให้รีบไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลอย่างรวดเร็ว 

"โรคเมลิออยด์ รักษาหายได้ถ้ามาเร็ว... อย่าปล่อยให้ไข้สูงเกิน 2 วัน หรือฝีหนองลุกลาม เพราะนั่นคือสัญญาณอันตรายถึงชีวิต"  

สงสัยสอบถามเพิ่มเติม: สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422