รวบหนุ่มบัญชีม้า  พัวพันคดีตุ๋นลงทุน กู้เงิน และสร้างเว็บ DSI ปลอม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) รวบหนุ่มบัญชีม้า พัวพันคดีตุ๋นลงทุน กู้เงิน และสร้างเว็บ DSI ปลอม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายศุภวิชญ์ฯ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ที่ 231/2568 ลงวันที่ 10 เมษายน 2568 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน (บัญชีม้า) โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

รวบหนุ่มบัญชีม้า  พัวพันคดีตุ๋นลงทุน กู้เงิน และสร้างเว็บ DSI ปลอม

สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกกลุ่มคนร้ายใช้บัญชีเฟซบุ๊กและแอปพลิเคชันไลน์ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทน้ำมัน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารส่วนตัวไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายรวมกว่า 20 ครั้ง ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงิน 244,107.55 บาท ต่อมาเมื่อไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงและไม่สามารถถอนเงินคืนได้ จึงทราบว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหานี้พร้อมพวก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นายศุภวิชญ์ฯ จะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร จึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบและพบชายบุคคลตามหมายจับเดินอยู่บริเวณจุดจอดรถลานจอดรถสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวพร้อมทั้งแสดงหมายจับให้ผู้ถูกจับดู

รวบหนุ่มบัญชีม้า  พัวพันคดีตุ๋นลงทุน กู้เงิน และสร้างเว็บ DSI ปลอม

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบว่าผู้ต้องหานี้ยังมีหมายจับติดตัวอีก 2 หมายจับ ได้แก่ 1. หมายจับของศาลจังหวัดน่าน กระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม มูลค่าความเสียหาย 300,730.15 บาท และ 2. หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น กระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนฯ โดยมีพฤติการณ์สร้างเว็บไซต์ปลอมอ้างว่าเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดักเหยื่อที่ต้องการแจ้งความออนไลน์ และหลอกว่าสามารถช่วยดึงเงินคืนจากคดีเก่าได้แต่ต้องโอนเงินเข้าไปในระบบก่อนเพื่อสืบสวน ความเสียหาย 910,304 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้ง 3 คดี จำนวน 1,455,141.70 บาท จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้แต่อย่างใด

 

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย ผกก.5 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.บดินทร์ ชูเฉลิม สวญ.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปพ. ดำเนินการ