เตือน "ตับอักเสบเอ" ระบาดหนัก! ผู้ป่วยพุ่ง 2 เท่า กทม.-ภาคตะวันออก

สถานการณ์ "โรคตับอักเสบเอ" น่าห่วง หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก สาเหตุหลักมาจากอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน

มีรายงานการแพร่ระบาดของ “โรคตับอักเสบเอ” ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคตะวันออก ซึ่งจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า สร้างความกังวลด้านสาธารณสุข

โรคดังกล่าวติดต่อผ่านการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยมีลักษณะการแพร่เชื้อแบบ “อุจจาระสู่ปาก” มักพบในอาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารค้างคืน อาหารใส่ถุงที่เก็บไม่ถูกสุขลักษณะ รวมถึงน้ำดื่มที่ไม่ผ่านการกรองหรือฆ่าเชื้อ และน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐานการผลิต

 

อาการของโรคสามารถสังเกตได้เป็น 2 ระยะ ได้แก่

  • ระยะแรก มีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • ระยะชัดเจน ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) และปัสสาวะมีสีเข้ม

 

การป้องกันทำได้โดยยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืนหรืออาหารที่ไม่มั่นใจในความสะอาด ดื่มน้ำที่บรรจุขวดปิดสนิทหรือน้ำต้มสุก และหลีกเลี่ยงน้ำแข็งหรืออาหารริมทางที่ไม่ได้มาตรฐานสุขอนามัย

นอกจากนี้ ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

อย่ามองข้าม! “ตับอักเสบเอ” เป็นโรคใกล้ตัวที่ป้องกันได้ หากเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้

เตือน "ตับอักเสบเอ" ระบาดหนัก! ผู้ป่วยพุ่ง 2 เท่า กทม.-ภาคตะวันออก

ที่มา : สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth