- 22 เม.ย. 2569
ไม่จบไม่สิ้น เพจดังแฉแผนเขมร เปลี่ยนทางน้ำห้วยน้ำใส ตัดโค้ง-ถมร่องเดิมหลายจุดในสระแก้ว หวั่นกระทบเส้นเขตแดนไทย
จากกรณีเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 เพจ “Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ” ออกมาเปิดเผยข้อมูลอ้างว่า พื้นที่บริเวณ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งใช้ “ห้วยน้ำใส” เป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา เกิดความผิดปกติของแนวลำน้ำในหลายจุด จนอาจส่งผลให้เขตแดนไทยถูกกระทบ
เพจระบุว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังตั้งแต่ปี 2013 พบว่าเดิมลำน้ำมีลักษณะคดเคี้ยวตามธรรมชาติ แต่ในช่วงหลัง โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2015 และชัดเจนในปี 2018 กลับพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการ “ตัดโค้งลำน้ำให้ตรงขึ้น” คล้ายการขุดคลองลัด การเบี่ยงทิศทางน้ำออกจากร่องเดิม รวมถึงบางช่วงที่ลำน้ำเดิมแห้งหายไป
โดยเฉพาะจุดพิกัด 13.3592806, 102.3480119 ซึ่งในอดีตเป็นแนวโค้งของห้วยน้ำใสอย่างชัดเจน แต่ภาพปัจจุบันกลับไม่พบร่องน้ำเดิมแล้ว และมีลักษณะคล้ายถูกถมจนกลายเป็นพื้นดิน พร้อมมีร่องรอยการใช้ประโยชน์ในพื้นที่
ล่าสุดวันที่ 22 เม.ย. 2569 เพจยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ยังพบอย่างน้อยอีก 3 จุด ที่มีลักษณะคล้ายกัน โดยบางพื้นที่มีการปรับแนวลำน้ำให้เป็นเส้นตรง ส่งผลให้พื้นที่ฝั่งไทยที่เคยยื่นเข้าไปตามโค้งน้ำ ถูกเปลี่ยนสภาพ และมีการใช้พื้นที่ทำเกษตร
ทั้งนี้ เนื่องจากแนวเขตแดนไทย-กัมพูชาในบริเวณดังกล่าวอ้างอิงตามลำน้ำ การเปลี่ยนทิศทางของน้ำจึงอาจส่งผลต่อเส้นเขตแดนตามไปด้วย เพจตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ไม่น่าจะเกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม เพจระบุว่าได้รับข้อมูลว่า กองทัพภาคที่ 1 เตรียมส่งทหารช่างลงพื้นที่ เพื่อดำเนินการถมและปรับแนวคลองที่เปลี่ยนแปลง ให้กลับไปไหลตามแนวเดิม พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบตลอดแนวห้วยน้ำใสอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน ประเด็นดังกล่าวได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยมีการตั้งคำถามถึงการดูแลพื้นที่ชายแดนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
เกียวกับเรื่องดังกล่าวล่าสุด กองทัพภาคที่ 1 เคลื่อนไหวว่า ทภ.1 ชี้แจง กรณีการเปลี่ยนเส้นทางน้ำไหลรุกล้ำ พื้นที่ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบ และปรับพื้นที่ตามแนวเดิม ยืนยันวางกำลังตลอดแนวอย่างเคร่งครัด และยึดตาม Joint Statement เป็นสำคัญ
กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำรุกล้ำพื้นที่เขตแดนอธิปไตยของไทย บริเวณ อ. คลองหาด จ.สระแก้ว นั้น
กองทัพภาคที่ 1 ขอเรียนชี้แจงว่า กกล.บูรพา ได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องอธิปไตย และภัยคุกคามในทุกรูปแบบ ในกรณีที่พบการเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำรุกล้ำเข้ามายังพื้นที่ของไทย ด้าน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีการตกค้างของทุ่นระเบิดกับระเบิดจากสถานการณ์การสู้รบในอดีตที่ผ่านมา
โดยอยู่ในแผนการเก็บกู้ฯ โดยหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1(นปท.1)นั้น ในวันนี้ (22 เม.ย.69)กกล.บูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจคลองหาด(ฉก.คลองหาด) และหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 13(ฉก.กรม ทพ.13) ร่วมกับ นปท. 1 ได้ดำเนินการเจาะช่องทางเข้าสำรวจพื้นที่ และดำเนินการปรับพื้นที่เส้นทางน้ำ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ภายในอธิปไตยของไทยที่ถูกรุกล้ำ ให้กลับมาอยู่ในแนวเดิม เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีการรุกล้ำในลักษณะเดียวกันต่อไป
โดยจะสำรวจ และทำหนังสือประท้วงไปยังฝ่ายกัมพูชา ตามกลไกระหว่างประเทศ จากนั้นจะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย และเข้าดำเนินการปรับพื้นที่ ให้เป็นไปตามแนวเส้นทางเดิม โดยในระหว่างนี้ จะทำการลาดตระเวนทางอากาศด้วยโดรน เพื่อตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และจัดชุดเฝ้าระวังพื้นที่ มิให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของเส้นเขตแดน
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่า จะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องและรักษาอธิปไตยของไทย ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างเต็มความสามารถ ยึดถือตามถ้อยแถลงร่วม Joint Statement จากกระประชุม GBC สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อ 27 ธ.ค. 68 อย่างเคร่งครัด จนกว่าจะเข้าสู่กระบวนการ ในการหารือของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป
ขอบคุณเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ และ กองทัพภาคที่ 1






