- 24 เม.ย. 2569
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เขาใหญ่ เร่งตรวจสอบและไล่ล่าผู้กระทำผิด หลังพบกระทิงป่าถูกบ่วงสลิงรัดคอจนเสียชีวิตอย่างทรมาน บริเวณพื้นที่โป่งตาลอง
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 – ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) สั่งการเข้ม หลังพบกระทิงป่าล้ม เหตุถูกบ่วงสลิงพรานป่ารัดคออย่างทารุณบริเวณแนวเขตโป่งตาลอง สัตวแพทย์พยายามช่วยสุดความสามารถแต่ไม่เป็นผล เตรียมประสานตำรวจสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด
นายยศสวัสดิ์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานด่วนจาก นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรณีพบกระทิงป่าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกบ่วงสลิงรัดบริเวณลำคอติดกับต้นไม้ โดยเหตุการณ์นี้ได้รับแจ้งข้อมูลเบื้องต้นจากกำนันตำบลโป่งตาลอง
นางสาวรัชนี โชคเจริญ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระบุรายละเอียดว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.25 น. ของวันที่ 23 เมษายน เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ ขญ.24 (โป่งตาลอง) ได้เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่นอกเขตอุทยานฯ ประมาณ 300 เมตร พบกระทิงป่า (เพศผู้) ติดกับดักบ่วงสลิงในสภาพอิดโรย จึงได้ประสานทีมสัตวแพทย์จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) เข้าให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเข้าตัดบ่วงสลิงและประเมินอาการ พบว่ากระทิงอยู่ในสภาวะวิกฤต ร่างกายอ่อนแรงอย่างรุนแรง เนื่องจากบ่วงสลิงรัดแน่นบริเวณลำคอมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนและระบบหายใจล้มเหลว แม้ทีมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์จะพยายามกู้ชีพอย่างสุดความสามารถ แต่กระทิงตัวดังกล่าวได้ล้มลงในเวลาต่อมา
ด้านนายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียสัตว์ป่าในครั้งนี้ พร้อมระบุว่า บ่วงสลิงเป็นอาวุธที่อันตรายและสร้างความทรมานแก่สัตว์ป่าอย่างยิ่ง โดยได้สั่งการให้ชุดสายตรวจลาดตระเวนดำเนินการปูพรมตรวจสอบพื้นที่โดยรอบแนวเขตอย่างละเอียดทันที เพื่อรื้อถอนกับดักที่อาจมีการลักลอบวางไว้เพิ่มเติม และได้ประสานพนักงานสอบสวนในพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ต่อไป
ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจัดทำบันทึกหลักฐานและเคลื่อนย้ายร่างกระทิงกลับมายังพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อดำเนินการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าอย่างละเอียด และทำการฝังกลบตามระเบียบและหลักวิชาการ ณ พื้นที่ที่เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช






