- 25 เม.ย. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบแล้วเพื่อนแสบ หลอกหญิงไทยส่งขายตัวบาห์เรน ตามรวบหลังหนีกบดาน ไม่ได้ทำครั้งแรก กินค่านายหน้าฉ่ำ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม น.ส.ลฎาภา หรือกาญจนา อายุ 31 ปี เพื่อนแสบ หลอกหญิงไทยส่งขายตัวบาห์เรน โดนตามรวบตัวหลังหนีกบดาน พบว่าไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก โดยได้ค่านายหน้าหัวละ 30,000 บาท
น.ส.ลฎาภา เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2235/2569 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด โดยหลอกลวง การกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี, เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงแม้ผู้นั้นจะยินยอม, ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม พาหรือส่งคนไปนอกราชอาณาจักร และเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และไม่ว่าการกระทำต่าง ๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในหรือนอกราชอาณาจักรฯ”
สถานที่จับกุม บริเวณทางออกของสถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
พฤติการณ์ เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2559 ผู้เสียหายได้พบเฟซบุ๊กของ น.ส.ลฎาภาฯ หรือสองฯ ผู้ต้องหา ซึ่งเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ได้โพสต์หาคนไปทำงานคาซิโนแลกชิปที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียด โดยผู้ต้องหาแจ้งว่า “เป็นงานแลกชิปหรือพนักงานแลกเงินในคาซิโนที่ประเทศสิงคโปร์ รายได้เดือนละประมาณ 100,000 บาท กินอยู่ฟรี มีห้องพักให้อยู่ ออกค่าเดินทางให้ก่อน แล้วไปใช้หนี้ในภายหลังที่ต่างประเทศ”
หากสนใจให้จัดทำหนังสือเดินทาง และจะดำเนินการจองตั๋วเครื่องบินให้ แล้วจะนัดหมายการเดินทางไปรับตั๋วเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้เสียหายสนใจจึงไปจัดทำหนังสือเดินทาง และได้ชักชวนผู้เสียหายที่สอง ซึ่งเป็นเพื่อนสาวอีกคนไปทำงานด้วยกัน
ต่อมาเมื่อถึงกำหนดการเดินทาง ผู้ต้องหาได้แจ้งผู้เสียหายทั้งสองว่าต้องเปลี่ยนประเทศไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน เมื่อผู้เสียหายทั้งสองเดินทางไปถึงประเทศบาห์เรน ได้พบกับชายชาวบาห์เรนไปส่งที่ตึกทำงาน และพบกับหญิงไทยมาต้อนรับ พร้อมสอบถามว่ามาทำงานผ่านบุคคลใด ผู้เสียหายได้แจ้งว่าติดต่อผ่านผู้ต้องหา ระหว่างนั้นก็ได้พบเห็นหญิงไทยประมาณ 6 คน ชาวต่างชาติ 1 คน นุ่งผ้าเช็ดตัว
ผู้เสียหายจึงสอบถามกลุ่มหญิงดังกล่าว ทำให้ทราบว่าตนเองถูกหลอกมาทำงานค้าประเวณี และทราบว่าผู้ต้องหาเคยหลอกผู้อื่นหลายคนมาทำงาน โดยได้รับค่านายหน้าประมาณ 30,000 บาท/คน
ผู้เสียหายแจ้งความประสงค์ว่าไม่ต้องการทำงานค้าประเวณี แต่หากไม่ทำจะต้องหาเงินมาจ่ายค่าหนี้ที่เดินทางมาต่างประเทศประมาณ 100,000 กว่าบาท ผู้เสียหายจึงพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากญาติโดยยังไม่ค้าประเวณี
กระทั่งต่อมามูลนิธิปวีณาได้เข้าให้การช่วยเหลือพาผู้เสียหายทั้งสองไปแจ้งความที่สถานีตำรวจประเทศบาห์เรน และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลอาญา และได้สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาเรื่อยมา จนนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดี ผู้ต้องหาเข้าใจข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายแล้ว
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา






