- 28 เม.ย. 2569
เมื่อการทำนาเพียงอย่างเดียวไม่ตอบโจทย์รายได้อีกต่อไป ชาวนาอ่างทองวัย 62 ปี ตัดสินใจปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนจากนาข้าว มาทดลองปลูกผักชีและถั่วแระ
วันที่ 28 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณทุ่งนาในตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบกับเกษตรกรเจ้าของแปลงนา ที่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตร จากเดิมที่ทำนาเพียงอย่างเดียว หันมาปลูกพืชผักเพื่อเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
นายประทิน สิงห์อุดร หรือ “ลุงทิน” อายุ 62 ปี ชาวตำบลศาลาแดง เปิดเผยว่า ตนเองประกอบอาชีพทำนามานานกว่า 10 ปี มีพื้นที่ทั้งหมด 36 ไร่ แต่ในช่วงหลังต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาข้าวกลับไม่แน่นอน จึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนกว่าเดิม
กระทั่งปีนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ลูกชายจึงแนะนำให้ทดลองปลูกพืชชนิดอื่นแทนการทำนาบางส่วน ลุงทินจึงปรึกษาเพื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี และได้รับคำแนะนำให้ปลูกผักชี เนื่องจากใช้ต้นทุนระยะยาวไม่สูง ดูแลง่าย และสามารถประยุกต์ใช้เกษตรธรรมชาติเพื่อลดการใช้สารเคมีได้
จากนั้นจึงทดลองแบ่งพื้นที่ 3 ไร่ มาปลูกผักชี และอีกส่วนหนึ่งปลูกถั่วแระ รวมเป็น 6 ไร่ โดยลงทุนติดตั้งระบบน้ำเป็นเงินหลักหมื่นบาท แม้ต้นทุนเริ่มต้นจะค่อนข้างสูง แต่ถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า
ลุงทินเล่าว่า ได้รับคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทองให้วางแผนปลูกเป็นรอบ เช่น หยอดเมล็ดพันธุ์ 1 ไร่ ก่อน จากนั้นเว้นระยะ 15 วัน จึงปลูกในแปลงถัดไป วิธีนี้จะช่วยให้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด ไม่กระจุกตัวในช่วงเวลาเดียวกัน และสามารถเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องตลอดปี โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งที่ผักชีมีราคาสูง
“นี่เป็นอีกทางเลือกของเกษตรกรที่ต้องปรับตัวให้อยู่รอด หากผลลัพธ์ดี ก็อยากให้คนอื่นเข้ามาศึกษาได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่” ลุงทินกล่าว
ด้านนายสุรพงษ์ เนตรพระ เกษตรจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า การปรับตัวของลุงทินถือเป็นตัวอย่างที่ดีของเกษตรกรยุคใหม่ ที่เลือกปลูกพืชทดแทนสลับกับการทำนา เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มรายได้
สำนักงานเกษตรจังหวัดจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตามและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนแนวทางเกษตรธรรมชาติ เช่น การใช้มูลสัตว์บำรุงดิน และการใช้ฟางข้าวคลุมหน้าดินเพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและลดการใช้สารเคมี
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ใช้ “ไตรโคเดอร์มา” ซึ่งเป็นเชื้อราที่มีประโยชน์ต่อดิน ช่วยควบคุมโรคพืชทางดิน เสริมสร้างระบบรากให้แข็งแรง ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตดีและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
ขณะที่นางวินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะผลักดันให้เป็นแปลงต้นแบบสำหรับชาวนาในจังหวัดอ่างทองที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ เพราะการปลูกพืชหมุนเวียนสามารถสร้างรายได้ดีกว่าการทำนาเพียงอย่างเดียวในระยะยาว






