- 28 เม.ย. 2569
"จ่าคิงส์" พาเหยื่อสาวร้องกองปราบ ถูก "นอ.ทหารเรือ" ยักยอกทรัพย์ 1.2 ล้าน-ทอง-เพชร อ้างชื่อ ผบ.ทร. บ่ายเบี่ยงคืนทรัพย์
วันที่ 28 เมษายน 2569 น.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 51 ปี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและเตรียมเข้าปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กรณีถูกนายทหารเรือยศ "นาวาเอก" ซึ่งเป็นอดีตคนรักที่คบหากันมาเกือบ 10 ปี ยักยอกเงินสดกว่า 1.2 ล้านบาท พร้อมเครื่องประดับมีค่าหลายรายการ ก่อนจะบ่ายเบี่ยงและอ้างชื่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อเลี่ยงการคืนทรัพย์สิน และร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของนายทหารเรือกับ พงส.บก.ปปป.
น.ส.หนิง เปิดเผยรายละเอียดว่า ตนเองคบหาและอยู่กินกับนาวาเอกรายนี้มาตั้งแต่ปี 2560 ระหว่างที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ฝ่ายชายได้ขอยืมเงินไปรวมกว่า 1.2 ล้านบาท โดยมีหลักฐานการพูดคุยทางแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาตนต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ในปี 2561 แต่ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ซึ่งฝ่ายชายมักจะอ้างว่า "ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งให้ออกเรือไปตรวจจับน้ำมันเถื่อน" อยู่เป็นประจำ ทำให้ไม่สะดวกในการจัดการเรื่องเงินและทรัพย์สิน
กระทั่งเดือนสิงหาคม 2568 เมื่อตนกลับมาถึงประเทศไทยและทวงถามถึงทรัพย์สินที่ฝากไว้ ประกอบด้วย เงินสด 1.2 ล้านบาท (ที่ยืมไป), ทองคำหนัก 3 บาท, เครื่องประดับ แหวนเพชร และนาฬิกาหรู, ของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ
นาวาเอกรายนี้กลับให้ข้อมูลสับสน ครั้งแรกอ้างว่าของอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อตนจะเข้าไปเอา กลับอ้างว่าไม่มีกุญแจบ้าน และสุดท้ายอ้างว่า "นำทองและแหวนเพชรลงเรือไปด้วย" จนนำไปสู่การมีปากเสียงอย่างรุนแรง ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า
นอกจากนี้ น.ส.หนิง ยังได้ร้องเรียนไปยังกองทัพเรือเพื่อให้ตรวจสอบวินัย ซึ่งผลการสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า นาวาเอกรายนี้ยอมรับว่ามีการอ้างชื่อผู้บังคับบัญชาเพื่อไปทำภารกิจน้ำมันเถื่อนจริง ทั้งที่ไม่ได้มีคำสั่งดังกล่าว แต่ทางคณะกรรมการฯ กลับมีความเห็นว่าการนำชื่อผู้บังคับบัญชามาอ้างนั้น "ใครก็ทำได้" ไม่ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ส่วนเรื่องทรัพย์สินให้ไปฟ้องร้องกันเอง
"ดิฉันรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การนำชื่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาแอบอ้างเพื่อปกปิดการยักยอกทรัพย์ควรมีความผิดทางวินัยอย่างชัดเจน แต่ทาง ทร. อ้างว่ารอผลคดีทางอาญาอยู่
ตอนนี้คดีความที่ สภ.เมืองสงขลา ก็เงียบหาย และดิฉันเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยเนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากจ่าคิงส์เพื่อพาเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้เร่งรัดคดี" น.ส.หนิง กล่าว
ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม ระบุว่า วันนี้พาผู้เสียหายออกมาเปิดเผยความจริงเพื่อให้สังคมช่วยตรวจสอบ และจะพาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายหญิง เนื่องจากมูลค่าความเสียหายค่อนข้างสูงและมีการใช้อิทธิพลทางหน้าที่การงานมาเกี่ยวข้อง
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ป. ได้ประสานไปยัง พงส.สภ.เมืองสงขลา ให้ดำเนินการเร่งรัดคดียักยอกทรัพย์ตามกฎหมายโดยไว






