- 28 เม.ย. 2569
5 ข้อห้ามทานคู่ทุเรียน ทุเรียนหน้าไหนก็ไม่น่ากลัวเท่า "กินไม่ถูกวิธี" หลายคนมองข้ามจนเกิดเหตุสลด ข้อมูลจากกรมอนามัยย้ำชัด
5 ข้อห้ามทานคู่ทุเรียน ทุเรียนหน้าไหนก็ไม่น่ากลัวเท่า "กินไม่ถูกวิธี" หลายคนมองข้ามจนเกิดเหตุสลด ข้อมูลจากกรมอนามัยย้ำชัด ทุเรียนคือผลไม้ที่ให้พลังงานสูงและมีกำมะถันมาก หากทานผิดจังหวะ ร่างกายอาจรับไม่ไหว
1. ห้ามทานคู่กับ "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์" เด็ดขาด
นี่คือข้อที่อันตรายที่สุด! เพราะทุเรียนมีสารกำมะถันสูง ซึ่งจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ช่วยสลายแอลกอฮอล์ในร่างกาย ทำให้ระดับอะซีตัลดีไฮด์พุ่งสูงเกินขนาด ส่งผลให้เกิดอาการหน้าแดง เหงื่อออก อาเจียน ใจสั่น และถ้าได้รับปริมาณมากอาจเกิดภาวะ "ช็อกและเสียชีวิต" ได้
2. กลุ่มโรคเสี่ยง "ต้องจำกัดปริมาณ"
ผู้ที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้ควรทานเพียงแค่ 1 เม็ดเล็กต่อวัน หรือปรึกษาแพทย์:
โรคไต: ทุเรียนมีโพแทสเซียมสูง ไตที่เสื่อมจะไม่สามารถขับออกได้ทัน จนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
โรคเบาหวาน: น้ำตาลสูงจี๊ด เสี่ยงทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งคุมไม่ได้
โรคหัวใจ/ความดันสูง: ความร้อนในร่างกายที่เพิ่มขึ้นหลังทาน อาจทำให้ความดันดีดสูงเกินอันตราย
3. อย่าทานร่วมกับ "น้ำอัดลม" หรือ "เครื่องดื่มชูกำลัง"
ทุเรียนมีทั้งน้ำตาลและไขมันสูงอยู่แล้ว เมื่อเจอน้ำตาลจากน้ำอัดลมหรือคาเฟอีนเข้าไป จะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง (ร้อนใน) อย่างรวดเร็ว ทำให้เหนื่อยง่าย ใจสั่น และเสี่ยงต่อภาวะฮีทสโตรกภายในได้
4. "2 พูพอดี" คือปริมาณที่เหมาะสม
แพทย์แนะนำว่าใน 1 วัน ไม่ควรทานทุเรียนเกิน 2 พู และไม่ควรทานทุกวัน หากทานทุเรียนแล้ว ควรเลี่ยงการทานข้าวแป้งในมื้อนั้น เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตและพลังงาน (Calories) เกินความจำเป็น
5. "น้ำเปล่า+เกลือ" ช่วยดับร้อน
การดื่ม "น้ำเปล่าผสมเกลือเล็กน้อย" ช่วยได้จริงในแง่ของ:
ลดอาการร้อนใน: ทุเรียนมีกำมะถันสูง ทำให้ร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญแรงขึ้น (Thermogenesis) จนเรารู้สึกร้อนวูบวาบ น้ำเกลือเจือจางจะช่วยเหนี่ยวนำให้ขับปัสสาวะและระบายความร้อนออกมาได้ดีขึ้น
รักษาสมดุล: ช่วยเติมแร่ธาตุและลดอาการระคายเคืองในลำคอหลังจากกินผลไม้ที่มีน้ำตาลและแป้งสูงๆ
ข้อควรระวัง
ผู้ป่วยโรคไตหรือความดันสูง" ควรเลี่ยงการดื่มน้ำผสมเกลือนะครับ เพราะโซเดียมอาจจะทำให้ความดันพุ่งหรือไตทำงานหนักกว่าเดิม






