- 30 เม.ย. 2569
ผู้ประกอบการร้านค้าในจังหวัดนครราชสีมา ร้องเสียงเดียวกันหลังบิลค่าไฟช่วงหน้าร้อนพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก กระทบต้นทุนและค่าครองชีพ วอนรัฐปรับโครงสร้างใหม่
จากกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เสนอแนวทางปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบ 3 ระดับ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนกว่า 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นความเป็นธรรมตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า ซึ่งผู้ใช้ไฟน้อยจะได้รับประโยชน์ชัดเจน ขณะที่ผู้ใช้ไฟในปริมาณสูงอาจมีภาระเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ประชุม ครม. ได้ตีกลับแนวทางดังกล่าว โดยเห็นชอบเพียงการปรับลดค่าไฟใน 200 หน่วยแรก ส่วนอัตราขั้นบันไดสำหรับการใช้ไฟเกิน 200 หน่วย ถูกส่งกลับให้พิจารณาใหม่ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการบริเวณหลังตลาดไนท์บาซาร์พิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พบว่าหลายร้านได้รับผลกระทบจากค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน
นางสาวเจี๊ยบ เนาพิมาย อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขายของชำในเขตเทศบาลตำบลพิมาย เปิดเผยว่า ปกติร้านของตนเสียค่าไฟเดือนละประมาณ 6,000 บาท แต่บิลล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 7,000 บาท ขณะที่ค่าไฟที่บ้านก็เพิ่มจากเดือนละ 1,000 กว่าบาท เป็นกว่า 2,000 บาท
เธอระบุว่า ช่วงหน้าร้อนทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะตู้เย็นและตู้แช่ ต้องทำงานหนักขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ใช้พลังงานมากกว่าปกติ จึงทำให้จำนวนหน่วยไฟเพิ่มสูงขึ้น แม้อัตราค่าไฟจะยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม
“ถ้ารัฐบาลจะปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ ก็อยากให้ลดลงมากกว่านี้ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ข้าวของแพง คนรายได้น้อยและคนหาเช้ากินค่ำแบกรับภาระหนักมาก ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่รายได้ไม่เพิ่ม” นางสาวเจี๊ยบ กล่าว
ด้านนายปฒิธาน พุฒกลาง อายุ 45 ปี เจ้าของร้านทำกุญแจ ในตำบลในเมือง อำเภอพิมาย เปิดเผยว่า ค่าไฟล่าสุดของร้านเพิ่มขึ้นจากเดิมที่จ่ายประมาณ 3,500-4,000 บาทต่อเดือน เป็นกว่า 5,000-6,000 บาท ทั้งที่ปริมาณงานและการใช้ไฟแทบไม่ต่างจากเดิม
“ตอนนี้ต้องยอมทนร้อน เปิดแค่พัดลม เพราะเปิดแอร์ไม่ไหว ค่าไฟขึ้นเร็วมาก หากมีการปรับอัตราใหม่แล้วแพงขึ้นอีก ก็จะยิ่งเดือดร้อนหนัก อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนด้วย” นายปฒิธาน กล่าว
ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างเห็นตรงกันว่า หากมีการปรับโครงสร้างค่าไฟในอนาคต ควรคำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริงของประชาชนและธุรกิจขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพในช่วงเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางเช่นปัจจุบัน






