โคราชเร่งล้างบาง "แจ้งเกิดทิพย์" เครือข่ายจีนเทา พบแล้ว 50 ราย

เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา เดินหน้าตรวจสอบคดี "แจ้งเกิดทิพย์" ย้อนหลัง 5 ปี หลังพบเครือข่ายกลุ่มจีนเทาใช้เอกสารเท็จขอสัญชาติไทยให้บุตร

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายกิติพงศ์ พงษ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีแจ้งเกิดทิพย์ หลังระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์และปลัดเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เร่งตรวจสอบเอกสารย้อนหลัง 5 ปี เพื่อดำเนินการเพิกถอนสูติบัตรที่ออกโดยมิชอบ

กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเครือข่ายกลุ่มคนจีนที่ใช้เอกสารเท็จแอบอ้างแจ้งเกิดผ่านเจ้าหน้าที่ทะเบียน ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหาคือเจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงานของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ที่ถูกตำรวจ ป.ป.ป. และชุดสืบสวนของกรมการปกครองจับกุมเมื่อช่วงเช้าวันนี้

คดีนี้เป็นผลสืบเนื่องจากปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ซึ่งกรมการปกครอง โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

โคราชเร่งล้างบาง "แจ้งเกิดทิพย์" เครือข่ายจีนเทา พบแล้ว 50 ราย

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสและรับรองบุตรอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุตรของชาวจีนได้รับสัญชาติไทย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 ราย ใน 2 คดี และขยายผลได้เพิ่มเติมอีก 1 คดี

ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายแจ้งเกิดทิพย์ของกลุ่มจีนเทา รวมถึงเด็กต้องสงสัยที่ถูกตรวจคนเข้าเมืองสกัดตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ 2 วันก่อน

ผลการตรวจสอบร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พบว่าในจำนวน 45 ราย มี 29 รายที่มีข้อมูลการเกิดจริง แต่ถูกสวมสิทธิ์ใช้ชื่อผู้อื่น ส่วนอีก 16 รายไม่พบข้อมูลการเกิดแต่อย่างใด

โคราชเร่งล้างบาง "แจ้งเกิดทิพย์" เครือข่ายจีนเทา พบแล้ว 50 ราย

ขณะนี้เทศบาลตำบลโพธิ์กลางพบการแจ้งเกิดทิพย์รวม 50 ราย แบ่งเป็นกรมการปกครองพบ 5 ราย และเทศบาลตรวจพบเอง 45 ราย โดยเตรียมออกคำสั่งระงับทั้งหมด และเสนอกรมการปกครองเพิกถอนโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังเร่งให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปผลภายใน 30 วัน เพื่อดำเนินการทั้งทางวินัยและคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการหลบหนี

จากการสืบสวนเชิงลึก ยังพบเส้นทางเชื่อมโยงถึงอดีตข้าราชการรายหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นศูนย์กลางสำคัญของขบวนการ โดยมีบทบาทประสานงานตั้งแต่การจัดทำทะเบียนสมรสเท็จ ปลอมใบแจ้งเกิด และหาบ้านเพื่อบรรจุชื่อในทะเบียนบ้าน แลกกับค่าตอบแทนรายละ 30,000–50,000 บาท

เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา มีการแจ้งเกิดทิพย์ในลักษณะเดียวกันอีก 18 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลสอบสวนต่อเนื่อง

โคราชเร่งล้างบาง "แจ้งเกิดทิพย์" เครือข่ายจีนเทา พบแล้ว 50 ราย