จากปากหมอ ก่อนเจาะเลือด แท้จริง ต้องทำอะไรบ้าง ทำผิด ผลเพี้ยนหมด

"หมอเจด" เผยเอง ก่อนตรวจเลือด ไม่ต้องงดน้ำ แต่ต้องงดอาหาร 8–12 ชม. หากตรวจน้ำตาลหรือไขมัน เตรียมตัวให้ถูก ผลไม่เพี้ยน

"หมอเจดนพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า 

ก่อนหน้านี้หลายคนถามว่า ก่อนตรวจเลือดต้อง “งดน้ำ” ไหม ซึ่งคำตอบคือ โดยทั่วไป “ไม่ต้องงดน้ำเปล่า” นะครับ ดื่มน้ำได้ตามปกติ แต่คำถามต่อมาคือ แล้วก่อนตรวจเลือดจริง ๆ ควรทำอะไร และไม่ควรทำอะไรบ้าง เพราะผลเลือดบางตัวไวมาก กินผิด นอนน้อย ดื่มกาแฟ หรือออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ ค่าที่ออกมาอาจเพี้ยนจนทำให้ตกใจ หรือแปลผลผิดได้ วันนี้ผมจะอธิบายแบบเข้าใจง่าย ว่าค่าเลือดแต่ละตัวเกี่ยวกับอะไร และต้องเตรียมตัวยังไงให้ผลตรวจใกล้เคียงร่างกายจริงที่สุดครับ
 

1️⃣ น้ำตาลในเลือด ต้องระวัง “มื้อก่อนตรวจ”
ถ้าตรวจค่าน้ำตาลตอนอดอาหาร หรือ Fasting Blood Sugar ควรงดอาหารประมาณ 8–12 ชั่วโมง เพราะอาหาร ขนม น้ำหวาน หรือแม้แต่นมก่อนตรวจ จะทำให้น้ำตาลพุ่งขึ้นได้ทันที ค่านี้ใช้ดูว่าร่างกายควบคุมน้ำตาลได้ดีแค่ไหน ถ้ากินมาก่อน ผลอาจดูเหมือนน้ำตาลสูง ทั้งที่จริงอาจเป็นแค่มื้อก่อนตรวจ แต่ถ้าตรวจ HbA1c หรือน้ำตาลสะสม ค่านี้ไม่ต้องงดอาหารก็ได้ เพราะเป็นค่าเฉลี่ยน้ำตาลย้อนหลังประมาณ 2–3 เดือนครับ
.
2️⃣ ไขมันในเลือด โดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์ ไวต่ออาหารมาก
ถ้าจะตรวจไขมัน เช่น Cholesterol, LDL, HDL และ Triglyceride ควรงดอาหาร 8–12 ชั่วโมง โดยเฉพาะมื้อที่มีของมัน ของทอด น้ำหวาน หรือแอลกอฮอล์ เพราะไตรกลีเซอไรด์จะขึ้นง่ายมากหลังอาหาร ทำให้ค่าดูสูงเกินจริง ส่วน LDL คือไขมันที่เกี่ยวกับความเสี่ยงหลอดเลือดตีบ ส่วน HDL คือไขมันดีที่ช่วยขนไขมันกลับไปกำจัด แต่การดูไขมันต้องดูทั้งภาพ ไม่ใช่ดูตัวใดตัวหนึ่งอย่างเดียวครับ
.
3️⃣ ค่าตับ อย่าดื่มแอลกอฮอล์ก่อนตรวจ
ค่าตับที่มักตรวจ เช่น AST, ALT, ALP, GGT ใช้ดูว่าตับมีการอักเสบหรือรับภาระหนักไหม ถ้าก่อนตรวจดื่มแอลกอฮอล์ กินของมันจัด หรือนอนดึกมาก ๆ ค่าตับบางตัวอาจสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะ GGT ที่ไวต่อแอลกอฮอล์และภาวะตับทำงานหนัก ถ้าอยากให้ค่าตับสะท้อนร่างกายจริง ควรงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง และอย่าไปตรวจหลังปาร์ตี้หนัก ๆ ครับ

.
4️⃣ ค่าไต ต้องดื่มน้ำพอ ไม่ใช่งดน้ำ
ค่าไตที่พบบ่อยคือ Creatinine และ eGFR ใช้ดูว่าไตกรองของเสียได้ดีแค่ไหน ถ้าดื่มน้ำน้อยมากก่อนตรวจ ร่างกายขาดน้ำ เลือดเข้มข้น ค่า Creatinine อาจดูสูงขึ้น และ eGFR อาจดูต่ำกว่าความจริงได้ เพราะฉะนั้นก่อนตรวจเลือด ไม่ควรงดน้ำเปล่า ควรดื่มน้ำตามปกติ แต่ไม่ต้องดื่มเยอะผิดปกติ ส่วนคนที่กินโปรตีนหนักหรือออกกำลังกายหนักมากก่อนตรวจ ค่าไตก็อาจแกว่งได้ครับ
.
5️⃣ กรดยูริก อย่ากินมื้อหนักก่อนตรวจ
กรดยูริกเกี่ยวข้องกับโรคเก๊าท์ นิ่ว และภาระไต ถ้าก่อนตรวจไปกินเครื่องใน เนื้อแดง อาหารทะเลบางชนิด น้ำซุปเข้มข้น หรือดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ ค่ายูริกอาจพุ่งขึ้นได้ ทำให้ผลตรวจดูสูงกว่าปกติ แนะนำให้กินอาหารปกติ ไม่จัดหนักเกินไปก่อนตรวจ 1–2 วัน และดื่มน้ำให้พอ เพื่อให้ร่างกายขับยูริกได้ดีขึ้นครับ
.
6️⃣ ค่าเม็ดเลือด พักผ่อนและดื่มน้ำมีผล
ค่า CBC หรือความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ใช้ดูเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ภาวะซีด การติดเชื้อ หรือการอักเสบ ถ้านอนน้อย เครียดมาก หรือร่างกายขาดน้ำ ค่าเม็ดเลือดบางตัวอาจเปลี่ยนได้ เช่น เลือดดูเข้มข้นขึ้น หรือเม็ดเลือดขาวสูงจากความเครียดชั่วคราว ดังนั้นก่อนตรวจควรพักให้พอ ดื่มน้ำตามปกติ และถ้ามีไข้หรือป่วยอยู่ ควรแจ้งแพทย์ เพราะผลเลือดอาจสะท้อนภาวะป่วยตอนนั้นครับ
.
7️⃣ ยา วิตามิน และอาหารเสริม ต้องแจ้งก่อนตรวจ
ยาบางตัวมีผลต่อค่าเลือด เช่น ยาลดไขมันมีผลต่อไขมันและค่าตับ ยาขับปัสสาวะมีผลต่อไตและเกลือแร่ ยาแก้ปวดบางชนิดมีผลต่อไต ส่วนอาหารเสริมบางตัวก็อาจมีผลต่อค่าตับหรือการแข็งตัวของเลือดได้ ดังนั้นไม่ควรหยุดยาเองก่อนตรวจ แต่ควรแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ว่ากินยาอะไรอยู่ เพื่อให้แปลผลได้ถูกต้องครับ
.
8️⃣ สิ่งที่ไม่ควรทำก่อนตรวจเลือด
• ไม่ควรกินอาหารก่อนตรวจ ถ้าต้องตรวจน้ำตาลหรือไขมันแบบอดอาหาร
• ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ 24–48 ชั่วโมงก่อนตรวจ
• ไม่ควรออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ เพราะอาจทำให้ค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ ตับ หรือไตเพี้ยน
• ไม่ควรดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มหวานก่อนตรวจ
• ไม่ควรสูบบุหรี่ก่อนตรวจ เพราะกระตุ้นหัวใจ ความดัน และฮอร์โมนความเครียด
• ไม่ควรไปตรวจหลังนอนดึกหรือปาร์ตี้หนัก เพราะผลเลือดอาจไม่สะท้อนร่างกายจริง
.
9️⃣ สิ่งที่ควรทำก่อนตรวจเลือด
• ดื่มน้ำเปล่าได้ตามปกติ
• นอนให้พออย่างน้อย 6–8 ชั่วโมง
• กินอาหารปกติในวันก่อนตรวจ ไม่จัดหนักเกินไป
• งดอาหาร 8–12 ชั่วโมง ถ้าแพทย์สั่งตรวจน้ำตาลหรือไขมันแบบอดอาหาร
• เตรียมรายชื่อยา วิตามิน อาหารเสริมที่กินอยู่
• ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไต หรือหัวใจ ควรถามแพทย์ก่อนว่าต้องกินยาตามปกติไหม
ก่อนตรวจเลือด ไม่ใช่แค่งดอาหารแล้วจบ แต่ต้องเตรียมตัวให้ถูกกับ “ค่าที่เราจะตรวจ” ด้วย น้ำตาลและไขมันไวต่อมื้ออาหาร ค่าตับไวต่อแอลกอฮอล์ ค่าไตไวต่อภาวะขาดน้ำ ส่วนค่าเม็ดเลือดก็เปลี่ยนได้จากการพักผ่อน ความเครียด หรือการติดเชื้อ ถ้าเตรียมตัวดี ผลตรวจจะสะท้อนร่างกายจริงมากขึ้น แปลผลง่ายขึ้น และลดโอกาสต้องตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็นครับ