แฉอีก! หลักเขตแดนไทย–กัมพูชาถูกตัดโค่นทำลาย-เคลื่อนย้าย

พบความผิดปกติหลักเขตแดนไทย–กัมพูชาในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หลังมีคลิปเผยให้เห็นหลักเขตถูกทำลายและเคลื่อนย้ายจากจุดเดิม

วันที่ 5 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าว ได้รับคลิปวีดีโอจาก ลูกศิษย์หลวงตาเยื้อน ขันติพโล เจ้าคณะ จ.สุรินทร์ (ธรรมยุติ) เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ขณะร่วมเดินลาดตระเวนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน,จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ด้าน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ และได้ถ่ายคลิปหลักเขตแดนที่ 4 ของกรุงสยาม บริเวณเนิน 424  ต.จรัส อ.บัวเชดฯ ที่ถูกทำลายเหลือแต่เศษซากโคนที่ฝั่งอยู่ในดิน ซึ่งมีการพบว่าถูกทำลายมานานแล้ว โดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของฝ่ายกัมพูชา ในยุคเขมรแดง

นอกจากนี้ทีมงานผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ไปกับ พ.ต.ท.ศุภณัฐ ขยันดี สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรปราสาท อ.ปราสาทฯ ตามคำสั่งของ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ที่ได้แสดงความห่วงใยต่อกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชานแดนดังกล่าว เพื่อนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่แนวหน้า เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ที่บริเวณเนิน 214 ช่องพริก ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ก่อนจะเดินทางไปดูหลักเขตที่ 2 ซึ่งอยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยวกับช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นรอยต่อกับพื้นที่ ต.จรัส อ.บัวเชดฯ พบหลักเขตแดนที่ 2 ถูกทำลายและถูกตัดเคลื่อนย้ายจากจุดเดิมเข้ามาฝั่งไทย แต่ไม่ทราบจุดเดิมที่ชัดเจน โดยพบว่าบริเวณทางเดินด้านหลังหลักเขตแดนเพียงไม่กี่เมตร ก็เป็นทางเดินลาดตระเวนเก่าของทหารกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันทหารไทยได้ทำการยึดคืนมาแล้ว  โดยหลวงตาเยื้อน ขันติพโล ก็ได้เคยยืนยันว่า เมื่อปี 2518-19ซี่งท่านเคยเดินธุดงค์ หลักเขตที่ 2 ไม่ได้อยู่จุดดังกล่าวและถูกเคลื่อนย้ายและมาวางนอนอยู่อย่างที่เห็น

แฉอีก! หลักเขตแดนไทย–กัมพูชาถูกตัดโค่นทำลาย-เคลื่อนย้าย

ทั้งนี้การที่หลักเขตแดน ดังกล่าวถูกทำลายและเคลื่อนย้าย แสดงให้เห็นว่ากัมพูชา ไม่มีความจริงใจและเคารพต่อหลักเขตแดนระหว่างประเทศตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน 

สำหรับ หลักเขตแดนสยาม-กัมพูชา (สมัย ร.5) เป็นเสาหินทรายรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดปั้นลม สลักอักษร 4 ภาษา (ไทย, เขมร, ฝรั่งเศส, อังกฤษ) ปักปันในช่วงปี พ.ศ. 2451-2452 เพื่อกำหนดเขตแดนกับฝรั่งเศส โดยมีจุดสังเกตหลักคือด้านที่หันหาไทยสลักคำว่า กรุงสยาม และด้านกัมพูชาสลัก กระทรวงเขมร” แบ่งเขตคนละครึ่งหลัก ซึ่งมีเส้นผ่าครึ่งหลักเขตแดนให้เห็นอย่างชัดเจน 

หลักเขตแดนไทย–กัมพูชา มีทั้งหมด 74 หลัก โดยจัดวางตามลักษณะภูมิประเทศ ได้แก่ ตามสันปันน้ำ 34 หลัก  

แฉอีก! หลักเขตแดนไทย–กัมพูชาถูกตัดโค่นทำลาย-เคลื่อนย้าย

ตามแนวลำน้ำ 19 หลัก และ เป็นเส้นตรงระหว่างหลักต่อหลัก 21 หลักจุดเริ่มต้นที่หลักเขตแดนที่ 1 บริเวณอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ  จุดสิ้นสุดที่ หลักเขตแดนที่ 73 อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด รวมทั้งหมด 74 หลักดังนั้น รวมหลัก 22B อีก 1 หลัก

ระยะทางชายแดนทางบกจาก ช่องบก ถึง หลักแดนที่ 73 = 798 กิโลเมตร ระยะทางจาก ช่องบก ถึง หลักเขตแดนที่ 1 (จังหวัดศรีสะเกษ)  196 กิโลเมตร ใช้สันปันน้ำเป็นเขตแดน ไม่มีหลักเขต ดังนั้น ระยะทางจาก หลักเขตแดนที่ 1–73 = 602 กิโลเมตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของระยะทางชายแดนทางบกทั้งหมดที่ปักปันไว้ประมาณ 798 กิโลเมตร

ทั้งนี้ หลักเขตที่ไทยกับกัมพูชาเห็นตรงกันมี 45 หลัก  เป็นสันปันน้ำ 15 หลัก  ได้แก่ 2, 3, 4, 5, 7, 12, 13, 14, 15, 18, 19, 27, 69, 70, 72 เป็นเส้นตรง 12 หลัก  ได้แก่ 37, 40, 41, 45, 52, 53, 54, 55, 56, 57, 58, 59  เป็นคลอง 18 หลัก  ได้แก่ 29, 30, 31, 32, 43, 44, 49, 50, 51, 60, 61, 62, 63, 64, 65, 66, 67, 68

แฉอีก! หลักเขตแดนไทย–กัมพูชาถูกตัดโค่นทำลาย-เคลื่อนย้าย