เอาแล้ว "บิ๊กเต่า" ตอกตรงๆถึง "โทน บางแค" ทิ้งท้ายเจ็บจี๊ด

“บิ๊กเต่า” ชี้แจง “โทน บางแค” ร้อง ผบ.ตร. และแจ้งความ ถูกขู่ใช้หนี้ ย้ำทำหน้าที่แค่คนกลาง ไม่ใช้อำนาจข่มขู่ พร้อมทิ้งท้ายเดือดถึงกลุ่มเซียนพระ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 พ.ค. 69 ที่ผ่านมาที่ชั้น 16 อาคารพิทักษ์สันติ บก.ปปป. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บิ๊กเต่า) เปิดเผยถึงกรณีที่ถูก "โทน บางแค" ไปร้องทุกข์ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สน.พหลโยธิน กล่าวหา ทำให้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้วาระการแต่งตั้งประจำปี 2569 ดังนั้น ตนเองก็จะสงวนสิทธิ์ด้วยการปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พิจารณาฟ้องกลับหรือไม่อย่างไร แต่ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของนายโทน

 

เอาแล้ว บิ๊กเต่า ตอกตรงๆถึง โทน บางแค ทิ้งท้ายเจ็บจี๊ด

 

 

เอาแล้ว บิ๊กเต่า ตอกตรงๆถึง โทน บางแค ทิ้งท้ายเจ็บจี๊ด

 

ส่วนกรณีที่เป็นกระแสข่าว ระหว่างนายโทนกับตน ยืนยันว่าเป็นคนละเรื่อง ซึ่งตนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ โดยประสานให้ทางผู้เสียหายและทนายความเป็นคนพูดเองในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับยืนยันว่า ที่ตนถูกครหาว่าได้รับค่าคอมมิชชั่นในการทวงหนี้ 30% ไม่เป็นความจริง 

ส่วนเหตุการณ์วันที่ 17 เมษายน ยืนยันตนไม่ได้เรียกนายโทนมา เพียงแค่นายโทนเป็นคนประสานมาเอง เพื่อให้ตนเป็นคนกลางคอยเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างทั้งสองฝ่าย รวมแล้ว 6-7 คน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้บังคับขู่เข็ญ และไม่เคยพูดกับโทนว่า "ถ้าไม่พร้อมคุย ก็เดินออกไปได้เลย" แต่ตนพูดว่า "ถ้าไม่พร้อมคุยก็กลับได้เลย" เพราะต้องการความสมัครใจในการไกล่เกลี่ย ซึ่งผลการเจรจาวันนั้นไม่จบ เพราะนายโทนบอกว่าไม่มีทรัพย์สินอะไรแล้ว

เอาแล้ว บิ๊กเต่า ตอกตรงๆถึง โทน บางแค ทิ้งท้ายเจ็บจี๊ด

 

แต่จากการตรวจสอบพบว่าโทนยังมีทรัพย์สินหลายรายการ รวมแล้วกว่า 60 ล้านบาท กระทั่งวันที่ 24 เมษายน ทนายโทนนำกระเป๋าแบรนด์เนม 5-6 ใบ และทะเบียนรถยนต์เลขหรู ซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่าราคาเช็คค้ำประกัน ก็เลยทำให้การเจรจาไม่เป็นผลอีกครั้ง

ส่วนเรื่องที่นายโทนจะรับงานใครมาหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานที่ไม่ตรงกับนายโทนเล่า พร้อมทั้งฝากไปถึงประชาชน หากเจองูพร้อมกับเซียนพระกลุ่มนี้ ก็ขอให้ตีเซียนพระก่อน เพราะเป็นเซียนกระดาษเปล่า

 

เอาแล้ว บิ๊กเต่า ตอกตรงๆถึง โทน บางแค ทิ้งท้ายเจ็บจี๊ด