ชาวนาลังเล! จะทำต่อหรือพอแค่นี้ พิษน้ำมันแพงทำต้นทุนพุ่งสูง

ชาวนา จ.สุรินทร์ เริ่มชะลอการไถหว่าน หลังต้นทุนทำนาพุ่งสูงจากราคาน้ำมันดีเซลทะลุ 40 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ค่ารถไถ ปุ๋ย และพันธุ์ข้าวปรับขึ้นตาม

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 40 บาทต่อลิตร กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรชาวนาในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่บ้านตะบัล (คุ้มหนองไทร) หมู่ 7 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งปีนี้บรรยากาศการทำนาเงียบเหงากว่าทุกปีอย่างเห็นได้ชัด

โดยปกติช่วงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี ชาวนาจะเริ่มลงมือไถหว่านข้าวกันแล้ว แต่ปีนี้กลับแทบไม่มีใครเริ่มทำนา แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง พบเพียงวัวและควายออกมาแทะเล็มหญ้าตามท้องนาแทน

ชาวนาลังเล! จะทำต่อหรือพอแค่นี้ พิษน้ำมันแพงทำต้นทุนพุ่งสูง

นายสายัน วรรณศิริ อายุ 48 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำนาต่อดีหรือไม่ เพราะต้นทุนทุกอย่างแพงขึ้นมาก ทั้งค่ารถไถ ค่าปั่นนา ค่าปุ๋ย ค่าพันธุ์ข้าว รวมถึงค่าเช่านา

จากเดิมค่าไถและค่าปั่นนาอยู่ที่ไร่ละประมาณ 400 บาท ปัจจุบันเพิ่มเป็นไร่ละ 500-600 บาท ขณะที่ปุ๋ยจากเดิมกระสอบละ 800-900 บาท ปรับขึ้นเป็นกว่า 1,200 บาท ส่วนค่าเช่านาตกไร่ละประมาณ 1,000 บาท หากมีพื้นที่ 33 ไร่ ก็ต้องจ่ายค่าเช่าแล้วกว่า 33,000 บาท

ชาวนาลังเล! จะทำต่อหรือพอแค่นี้ พิษน้ำมันแพงทำต้นทุนพุ่งสูง

นายสายันยังเล่าว่า ปีที่ผ่านมาใช้เงินลงทุนทำนาไปกว่า 100,000 บาท แต่สุดท้ายกลับขาดทุนกว่า 40,000 บาท เนื่องจากผลผลิตเสียหายจากปัญหาข้าวดีดและข้าวนก รวมถึงราคาข้าวตกต่ำ ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 10-11 บาท ทำให้ไม่คุ้มทุน

ชาวนาในพื้นที่หลายรายจึงยังชะลอการทำนา เพื่อรอดูสถานการณ์ต้นทุนและราคาข้าวในอนาคต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยดูแลราคาข้าวในช่วงเก็บเกี่ยวให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 14-15 บาท เพื่อให้เกษตรกรยังพอมีรายได้และสามารถอยู่รอดได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน