- 07 พ.ค. 2569
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผยปี 68 รายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,000 ล้าน ย้ำใช้หลัก ‘งบประมาณสมดุล’ ควบคู่ประหยัด-เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้
กทม. ปี 68 เงินเหลือ 5 พันล้าน (7 พ.ค. 69) ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กทม. ปีงบประมาณ 2568 มีรายรับสูงกว่าประมาณการ ขณะที่รายจ่ายต่ำกว่าประมาณการ ส่งผลให้ดุลการใช้จ่ายมีรายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,395.56 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผยปี 68 รายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,000 ล้าน ย้ำใช้หลัก ‘งบประมาณสมดุล’ ควบคู่ประหยัด-เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ โดยกล่าวว่า ในการจัดทำงบประมาณของกรุงเทพมหานคร เราจัดทำแบบ “งบประมาณสมดุล” คือรายรับและรายจ่ายเท่ากัน โดยเริ่มจากการประมาณการรายรับและวางแผนรายจ่ายให้สอดคล้องกัน เนื่องจาก กทม. จะไม่ก่อหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการกู้เงิน อย่างไรก็ตาม หากสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับประหยัดค่าใช้จ่ายลง เช่น การประมูลงานที่ได้ราคาต่ำลง ก็จะทำให้เกิดส่วนต่างขึ้น เช่น ในปี 2568 ที่มีส่วนต่างสะสมกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเชื่อว่าก็เคยมีทั้งช่วงที่มีเงินเพิ่มขึ้นและช่วงที่ลดลง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่รายได้ลดลง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
โดยกล่าวว่า ในการจัดทำงบประมาณของกรุงเทพมหานคร เราจัดทำแบบ “งบประมาณสมดุล” คือรายรับและรายจ่ายเท่ากัน โดยเริ่มจากการประมาณการรายรับและวางแผนรายจ่ายให้สอดคล้องกัน เนื่องจาก กทม. จะไม่ก่อหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการกู้เงิน อย่างไรก็ตาม หากสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับประหยัดค่าใช้จ่ายลง เช่น การประมูลงานที่ได้ราคาต่ำลง ก็จะทำให้เกิดส่วนต่างขึ้น เช่น ในปี 2568 ที่มีส่วนต่างสะสมกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเชื่อว่าก็เคยมีทั้งช่วงที่มีเงินเพิ่มขึ้นและช่วงที่ลดลง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่รายได้ลดลง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
