- 07 พ.ค. 2569
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สนธิกำลังภูธร ไล่ล่าสกัดจับ ขบวนการขนต่างด้าว 15 ราย อัดแน่นเต็มรถกระบะ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล. , พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.๑ บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.๑ บก.ทล.(ลพบุรี) นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ ลี้เกษร สว.ส.ทล.๓ กก.๑ บก.ทล.,ร.ต.อ.นิพันธ์ อำพันดี,ร.ต.อ.พิษณุ ทัศญาณ รอง สว.ส.ทล.๓ กก.๑ บก.ทล., ร.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ พุทธา รอง สว.(ป.) ส.ทล.๓ กก.๑ บก.ทล.,ด.ต.สยาม เผือกดี , ด.ต.มานะ พจนสิทธิ์, ด.ต.จีราวุฒิ ชาลี,จ.ส.ต.กิตตฐณัฏฐ์ รสฉ่ำ,ส.ต.อ.ฉัตรชัย เกตุถาวร,ส.ต.อ.ภูวนาถ เปลี่ยนทอง, ส.ต.อ.ก้องเกียรติ สีดำ,ส.ต.อ.จตุพนธ์ จันทร์วิโรจน์ ผบ.หมู่ ส.ทล.๓ กก.๑ บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.๑ บก.ทล.(อยุธยา) นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.๑ กก.๑ บก.ทล.,พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.๑กก.๑บก.ทล.,ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ,ร.ต.อ.คมสันติ์ วรทรัพย์ รอง สว.ส.ทล.๑ กก.๑ บก.ทล., ,ด.ต.วิบูลย์ วุ่นหนู,ด.ต.เจษฎา นววิศิษฎ์กุล,ส.ต.อ.ภูชิต จินายน ผบ.หมู่ ส.ทล.๑ กก.๑ บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองม่วง พ.ต.อ.ธรณิศ ไตรวงศา ผกก.สภ.หนองม่วง พ.ต.ท.ชยุต คุ้มครอง รอง ผกก.สส.ฯ ,พ.ต.ท.พีระพงษ์ อุทัยธรรม สว.สส.ฯ ,ร.ต.อ.พงษ์เทพ เชื้อแขก รอง สว.สส.ฯ , ร.ต.อ.เสกสรร เชื้อแขก รอง สว.(ป.ฯ) ,ส.ต.อ.ภราพล มนตรีโพธิ์ ผบ.หมู่ ป.ฯ , ส.ต.ท.ยุทธนา หอมชื่น ผบ.หมู่ ป.ฯ , ส.ต.ท.ปริญญา งามขำ ผบ.หมู่ ป.ฯ , ส.ต.ต.สรวิศ ตนุมาศกุล ผบ.หมู่ ป.ฯ
ร่วมกันจับกุม 1. นายสมชาย ฯ อายุ 46 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
ผู้ถูกจับที่ 2 – 15 เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่ากระทำความความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง
1.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กฒ 2xx6 กรุงเทพมหานคร
2.แผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขทะเบียน 9 กร 1xx0 กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แผ่น
3.แผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขทะเบียน กบ 9xx7 บุรีรัมย์ จำนวน 2 แผ่น
4.กุญแจรถ จำนวน 1 ดอก
5.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อXiaomi จำนวน 1 เครื่อง
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนเลข 3353 หมู่ที่ 1 ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง จว.ลพบุรี
พฤติการณ์แห่งคดี ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ออกตรวจเขตรับผิดชอบ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีเทาติดแผ่นป้ายทะเบียน 9 กว 1xx0 กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมามีลักษณะรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติและติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันตัวกล่าวให้หยุด
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ จนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อนายสมชาย ฯ ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นคนขับ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบว่าเป็นแรงงานต่างด้าวจำนวน 14 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นโดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ตรวจสอบรถที่ผู้ถูกจับที่ 1 ขับขี่มา พบว่า รถคันดังกล่าว หมายเลขทะเบียน 1ก7 2xx6 กทม. ไม่ใช่ หมายลขทะเบียน 93ว 1xx0 กทม .แต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกจับที่ 1 "รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ้อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นการจับกุม"ผู้ถูกจับที่ 2-15 "เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต"และควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองม่วง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ถูกจับที่ 1 ให้การยอมรับว่า ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนชาวเมียนมา(ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง)ให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 14 คน ในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ เพื่อส่งปลายทาง จว.ลพบุรี โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 1,500 บาท และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆและยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ และให้การรับว่า รถยนต์ที่ตนเองขับมานั้น มีหมายเลขทะเบียนจริง คือ 1 กพ 2xx6 กทม. โดยตนได้ใช้ป้ายหมายเลขทะเบียน กว 1xx0 กทม. ปิดบังไว้ และยังมีป้ายทะเบียนหมายเลข กบ 9xx7 บุรีรัมย์ ชุกซ่อนอยู่ภายในรถ อีกจำนวน 2 แผ่น
ผู้ถูกจับที่ 2-15 ให้การยอมรับผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินทางเข้าช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จว.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่าย ให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 15,000บาท ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ว่าที่ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ ลี้เกษร สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล.
065-415-9942
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
