กองทัพภาคที่ 2 ยัน ทหารกัมพูชา จับคนไทยหาของป่า เร่งประสานช่วยเหลือ

กองทัพภาคที่ 2 ส่งชุดประสานชายแดน ไทย - กัมพูชา เตรียมให้ความช่วยเหลือคนไทย ถูกกัมพูชา จับคดีลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย คาดหาของป่าตามแนวชายแดนบริเวณช่องตาเล็ง

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กรณีทหารกัมพูชาจับกุมชายไทย 1 ราย หลังลักลอบข้ามแดนบริเวณช่องตาเล็ง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ไปหาของป่า ก่อนหายตัวปริศนานานกว่า 15 วัน สร้างความกังวลให้ครอบครัวอย่างหนัก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2569 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Wiparat Thongsaysorn” ประกาศตามหาญาติที่เข้าไปหาของป่าตามแนวชายแดนช่องตาเล็ง ก่อนขาดการติดต่อและไม่กลับบ้านนาน 4-5 วัน

กองทัพภาคที่ 2 ยัน ทหารกัมพูชา จับคนไทยหาของป่า เร่งประสานช่วยเหลือ

ต่อมาหน่วยงานด้านความมั่นคงทหาร ตำรวจ ปกครอง ได้จัดชุดข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบภูมิลำเนาของผู้สูญหาย ทราบชื่อคือ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.กันตรวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีอาชีพหาของป่า โดยออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ใช้รถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีดำ ทะเบียน ขกต 772 สุรินทร์ ก่อนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ญาติให้ข้อมูลว่า ปกตินายโยชน์จะเข้าป่าเพียง 1-2 วันแล้วกลับบ้าน จึงเชื่อว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดคิด หรืออาจถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว กระทั่ง นางกันนิกา หอมขจร ภรรยา ได้เข้าแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ที่ สภ.กาบเชิง ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม

กองทัพภาคที่ 2 ยัน ทหารกัมพูชา จับคนไทยหาของป่า เร่งประสานช่วยเหลือ

กระทั่งวันที่ 4 พ.ค.2569 กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ จึงเร่งประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา ผ่าน พ.อ.โปว เพง หัวหน้าหน่วยประสานงานกัมพูชา - ไทย ประจำพื้นที่โอรเสม็ด โดยฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า นายโยชน์ได้ลักลอบเข้าเขตกัมพูชา จึงถูกจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกส่งดำเนินคดีในพื้นที่ จ.อุดรมีชัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการไปยัง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้ใช้กลไกจากทางชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนเร่งประสานกับฝ่ายทหารกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ กองกำลังสุรนารี ระบุว่า เพิ่งได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากครอบครัวเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนเร่งตรวจสอบจนยืนยันได้ว่า นายโยชน์ถูกจับกุมจริง ส่วนการรับตัวกลับไทยยังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระหว่างสองประเทศต่อไป

พล.ต.บุญเสริม กล่าวว่า กองกำลังสุรนารี หลังได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ และเพจ Facebook ของ ”คุณอ้อ ไพรัช“ ว่า มีประชาชนในอำเภอปราสาท ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนประมาณ 40 กิโลเมตร สูญหายไปหลายวัน

ภายหลังได้รับข้อมูลดังกล่าว ทางทหารจึงรีบประสานไปยังชุดประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชา รับปากว่าจะเร่งตรวจสอบให้

ต่อมาในช่วงเช้าที่ผ่านมา ชุดประสานงานฝ่ายกัมพูชา ได้โทรศัพท์กลับมาแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้สูญหายชาวไทยอยู่ที่จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา และปลอดภัยดี

เมื่อได้รับแจ้งดังกล่าว ตนจึงสั่งการให้ศูนย์ประสานงานชายแดนฝั่งไทย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้รีบเดินทางไปแจ้งข่าวแก่ครอบครัวของผู้สูญหายทันที เพื่อให้ญาติคลายความกังวลและทราบว่าผู้สูญหายยังปลอดภัยดี