- 12 พ.ค. 2569
ไม่น่าเลย เปิดชนวนเหตุ กำนันดังนครปฐม ก่อเหตุสะเทือนใจ กับ เจ้าของเขียงหมู สุดท้ายหมอยื้อไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
จากกรณีที่เกิดเหตุยิงกันสะเทือนขวัญกลางเมืองนครปฐม หลังเจ้าของโรงหมูรายใหญ่ถูกยิงเข้าศีรษะภายในรถยนต์หรูหน้าสถานบันเทิง ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ผู้ก่อเหตุเป็นกำนันชื่อดังในพื้นที่ ยืนรอมอบตัวกับตำรวจในจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นคาดปมเหตุเกิดจากเรื่องหึงหวงและความขัดแย้งส่วนตัว
เมื่อเวลา 02:00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ร.ต.ต.กิตติพัฒน์ วิไลลักษณ์ตระกูล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางเข้าตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน 7 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ BMW สีดำ ป้ายแดง จอดอยู่บริเวณหน้าสถานบันเทิง ภายในรถบริเวณเบาะคนขับ พบ นายอุดมพงษ์ อายุ 54 ปี เจ้าของโรงหมูแห่งหนึ่งใน อ.เมืองนครปฐม อยู่ในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ศีรษะ 1 นัด มีเลือดไหลนองเต็มรถ เจ้าหน้าที่จึงเร่งปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิต แต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ภายในรถยังพบอาวุธปืนตกอยู่บริเวณที่วางเท้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายคมศักดิ์ หรือ “กำนันจิ๋ว” กำนันตำบลดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม ซึ่งยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยจากการตรวจค้นยังพบอาวุธปืนอีก 1 กระบอกซุกซ่อนอยู่ในตัว เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน และควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนครปฐม
จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุอาจมาจากเรื่องหึงหวง เนื่องจากผู้เสียชีวิตได้คบหากับหญิงเจ้าของเขียงหมูรายใหญ่ในตลาดศรีวิชัย เขตตัวเมืองนครปฐม ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของกำนันจิ๋ว โดยเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายอาจบังเอิญพบกันภายในร้านอาหาร ก่อนเกิดปากเสียงกัน และนำไปสู่เหตุใช้อาวุธปืนยิงกันกลางเมืองนครปฐมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนพยานแวดล้อม รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
