- 12 พ.ค. 2569
รวบ "วาสนา" หนึ่งในขบวนการคอลเซ็นเตอร์อ้างเจ้าหน้าที่ที่ดินตุ๋นเหยื่อโอนเงินตรวจสอบ เหยื่อสูญเงินเกือบล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ได้ร่วมกันทำการจับกุม นางสาววาสนา หรือ ฝน ช่วยสุข อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 247/2568 ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น” โดยสามารถรวบตัวได้บริเวณหน้าสถานีรถไฟนครปฐม ตำบลนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เมื่อเช้ามืดของวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
คดีนี้สืบเนื่องมาจากช่วงต้นปี 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดตราด โดยใช้จิตวิทยาหว่านล้อมระบุว่าพบความผิดปกติเกี่ยวกับเอกสารที่ดินและธุรกรรมทางการเงินที่มีชื่อของผู้เสียหายเข้าไปเกี่ยวข้อง อีกทั้งยังอ้างว่ามีบุคคลอื่นนำชื่อไปสวมรอยซื้อขายที่ดินโดยมิชอบ ซึ่งในระหว่างการสนทนาคนร้ายได้ใช้พฤติกรรมกดดัน เร่งรัด และข่มขู่ให้ผู้เสียหายเกิดความวิตกกังวลว่าหากไม่รีบดำเนินการอาจมีความผิดทางกฎหมายร้ายแรงหรือสูญเสียทรัพย์สิน จากนั้นได้ล่อลวงให้ผู้เสียหายแอดไลน์เพื่อส่งภาพเอกสารราชการปลอมและหนังสือตรวจสอบธุรกรรมที่ทำขึ้นอย่างแนบเนียนเพื่อสร้างความเชื่อถือ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจนสนิทใจ กลุ่มมิจฉาชีพได้ออกอุบายให้โอนเงินเข้าบัญชีที่อ้างว่าเป็นบัญชีสำหรับ "ตรวจสอบเส้นทางการเงิน" หรือ "ค้ำประกันการทำธุรกรรม" โดยให้คำมั่นสัญญาว่าหากตรวจสอบเสร็จสิ้นจะโอนเงินกลับคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อทยอยโอนเงินไปหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 916,565.79 บาท จนกระทั่งภายหลังไม่สามารถติดต่อกลุ่มคนดังกล่าวได้
และเมื่อตรวจสอบกับทางสำนักงานที่ดินจังหวัดตราดโดยตรงจึงพบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาจริง จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษได้รับแจ้งจากสายลับว่า นางสาววาสนา ผู้ต้องหาตามหมายจับ กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังจังหวัดกาญจนบุรี จึงวางกำลังเฝ้าจุดยุทธศาสตร์จนกระทั่งพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับปรากฏตัวบริเวณหน้าสถานีรถไฟนครปฐม จึงเข้าแสดงตัวและขอตรวจสอบหลักฐาน ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาววาสนาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองเป็นเพียงผู้รับจ้างเปิดบัญชีเท่านั้น โดยให้รายละเอียดว่าในช่วงปี 2567-2568 มีคนรู้จักของแฟนชื่อนายจักรพล ได้ชักชวนให้ตนเดินทางจากจังหวัดชุมพรขึ้นมาเปิดบัญชีธนาคารที่กรุงเทพมหานคร โดยอีกฝ่ายอาสาออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ทั้งหมดพร้อมให้ค่าจ้างจำนวน 1,000 บาท แลกกับการเปิดบัญชี 2 บัญชี ซึ่งในขณะนั้นหลงเชื่อคำกล่าวอ้างที่ว่าจะนำบัญชีไปใช้ในเชิงธุรกิจปกติ ไม่คิดว่าจะถูกนำมาใช้ในกระบวนการหลอกลวงประชาชน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลล่าตัวการใหญ่ในขบวนการนี้มาลงโทษต่อไป
