(CIB) สนธิกำลัง ตม. สกัดขบวนการรับขนต่างด้าว ค่าจ้างหัวละ 1,500 บาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สนธิกำลัง ตม. สกัด รวบ ขบวนการรับขนต่างด้าว

  กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., 
พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล. 
       สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.๑ บก.ทล.(อยุธยา) นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1กก.1บก.ทล.,พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1กก.1บก.ทล.,ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ,  
ร.ต.อ.คมสันติ์ วรทรัพย์ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ปรวัฒน์ กนกทอง รอง สว.(ป.)ส.ทล.1 
กก.1 บก.ทล., ส.ต.อ.ภูเบศร์ ศรีสวัสดิ์ ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. 
       เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๑ บก.สส.สตม.ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.๑ บก.สส.สตม. นำโดย ร.ต.อ.วิจารย์ แก้ววิเศษ รอง สว.กก.๑ บก.สส.สตม. ,ว่าที่ ร.ต.ท.ชูศักดิ์ ภู่อุ่น รอง สว.(สส) 
กก.๑ บก สส. สตม., จ.ส.ต.กฤษดา อนันทสุข, จ.ส.ต.ธชาทัช พบศิลา ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม.

(CIB) สนธิกำลัง ตม. สกัดขบวนการรับขนต่างด้าว ค่าจ้างหัวละ 1,500 บาท

 ร่วมกันจับกุม 
        ผู้ถูกจับที่ 1 - 2 เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” 
        ผู้ถูกจับที่ 3 – 13 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา“เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” 
        พร้อมด้วยของกลางมี  
         1.รถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ MITSUBISHI XPANDER สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 7ขบ-4xx8 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่) 
         2.โทรศัพท์ยี่ห้อ OPPO สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1) 
         3.โทรศัพท์ยี่ห้อ HUAWEI สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 2) 
         4.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก  
         สถานที่จับกุม บริเวณ กม.55-56 ทล.1 ถนนพหลโยธินขาเข้า ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

(CIB) สนธิกำลัง ตม. สกัดขบวนการรับขนต่างด้าว ค่าจ้างหัวละ 1,500 บาท

 พฤติการณ์แห่งคดี  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการขนย้ายแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.๑ บก.ทล.(อยุธยา) สืบทราบว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการร่วมกันเฝ้าระวังตามเส้นทางเฝ้าระวัง 
        กระทั่งสังเกตุการณ์พบเห็นรถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ MITSUBISHI XPANDER สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 7ขบ-4xx8 กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมามีลักษณะรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติและติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อ นาย เพียว มิน ฯ ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ และพบ นาย จอ ฯ ผู้ถูกจับที่ 2 แสดงตนเป็นผู้นั่งโดยสารด้านซ้ายมือของผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างด้าว จำนวน 11 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม 
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกจับทุกรายทราบ และควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  
จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 1 ให้การยอมรับว่า วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ตนได้รับการประสานงานจาก นาย จอ ซิน ฯ ผู้ถูกจับที่ 2 โทรมาแจ้งว่าให้ตนขึ้นไปรับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 11 คน ในพื้นที่ จังหวัดสระบุรี เพื่อไปส่งปลายทาง จ.สมุทรปราการ โดยได้ค่าจ้าง 1,500 บาทต่อการขนคนต่างด้าว 1 ครั้ง โดยระหว่างทางจะมี นาย จอ ซิน ฯ ผู้ถูกจับที่ 2 นั่งโดยสารมากับตนโดยทำหน้าที่ประสานงานกับนายหน้าฝั่งเมียนมาและรถยนต์ที่ขับขนคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยตลอดเส้นทางโดยมีการประสานงานผ่าน แอพพลิเคชั่น Messenger ด้วยวิธีการแชทข้อความและการโทรและตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆและยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ และผู้ถูกจับที่ 2 ให้การสอดคล้องกับผู้ถูกจับที่ 1 
จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 3 - 13 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงาน 
ในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 15,000 บาท  
         สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา