รวบ 2 หนุ่มรับโอนเงินให้แก๊งคอลฯ อ้างถูกหลอกยืมบัญชีแลกเหล้าขาว

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบ 2 หนุ่มใหญ่เมืองอุดรรับโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างถูกเพื่อนหลอกยืมบัญชีแลกเหล้าขาว 1 ขวด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายนิกรฯ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1687/2569 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2569 และ นายนิคมฯ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1688/2569 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด” โดยจับกุมตัวนายนิกรฯ ได้ที่บริเวณอู่รถยนต์แห่งหนึ่ง และจับกุมนายนิคมฯ ได้ที่บ้านกำลังก่อสร้างแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี

รวบ 2 หนุ่มรับโอนเงินให้แก๊งคอลฯ อ้างถูกหลอกยืมบัญชีแลกเหล้าขาว

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 กลุ่มคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้โทรศัพท์หาผู้เสียหาย โดยมีหญิงไทยอ้างตัวเป็นพนักงานเครือข่ายมือถือ หลอกว่าชื่อและบัตรประชาชนของผู้เสียหายถูกนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์เพื่อส่งข้อความเว็บพนัน ก่อนจะให้แจ้งความทางโทรศัพท์กับกลุ่มคนร้ายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ขบวนการคนร้ายได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการวิดีโอคอลผ่านไลน์ปลอม โดยแต่งกายชุดตำรวจ ใช้ภาพพื้นหลังจำลองสถานีตำรวจ พร้อมส่งเอกสารราชการและเอกสารธนาคารปลอมอ้างว่าผู้เสียหายพัวพันคดีฟอกเงิน จากนั้นได้หว่านล้อมให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนายนิกรฯ จำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 764,913.91 บาท

รวบ 2 หนุ่มรับโอนเงินให้แก๊งคอลฯ อ้างถูกหลอกยืมบัญชีแลกเหล้าขาว

 อ้างว่าเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน จากการตรวจสอบพบว่าเงินดังกล่าวถูกโอนต่อไปยังบัญชีของนายนิคมฯ ซึ่งนายนิคมฯ ได้นำเงินไปฟอกผ่านการซื้อเหรียญดิจิทัล (USDT) แบบ P2P ในแอปพลิเคชัน BINANCE เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. จนมีการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี และติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไว้ได้ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาที่ 1 นายนิกรฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเคยทำกระเป๋าเงินและบัตรประชาชนหายเมื่อหลายปีก่อน ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 นายนิคมฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเมื่อ 5-6 ปีก่อน ถูกเพื่อนขอยืมบัญชีธนาคารไปใช้เป็นทางผ่านโอนเงินให้เมียน้อย ด้วยความเห็นใจจึงยอมให้ยืมโดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเหล้าขาวเพียง 1 ขวด

 

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ต.มณเฑียร ธงเทียน สว.กก.1 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ดำเนินการ