- 14 พ.ค. 2569
“ทนายพัฒน์” เปิดข้อกฎหมาย ให้ดูชัด ๆ ว่าแท้จริง อายุความคดีข่มขืน-กระทำชำเราเด็กต่ำกว่า 15 ปี มีอายุความยาวถึง 20 ปี
"ทนายพัฒน์" หรือที่หลายคนเรียกว่า ทนายเมียหลวง ได้ออกมาให้ความรู้ด้านกฎหมายล่าสุด โดยได้ระบุว่า
✅อายุความ ข่มขืนกระทำชำเรา
😍การนับอายุความในคดีอาญา จะนับตั้งแต่วันที่กระทำความผิด ดังนั้น จึงต้องหาวันที่กระทำความผิดให้ได้ เพราะกฎหมายใช้คำว่า “ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดอายุความ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ” ตาม มาตรา 95 ของ ประมวลกฎหมายอาญา
😍และอายุความในคดีอาญา จะสั้น หรือ จะยาว ขึ้นอยู่ระวางโทษ “สูงสุด” ตามที่กฎหมายกำหนดโดยหลักทั่วไปว่า ถ้าระวางโทษสูง อายุความก็จะยาว
😍สำหรับความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีนั้น กฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับระวางโทษเอาไว้ว่า
มาตรา 277 วรรคหนึ่ง ของ ประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า
“ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาท ถึง 4 แสนบาท ”
ดังนั้น ระวางโทษสูงสุด คือ “จำคุก 20 ปี”
ระวางโทษจำคุก 20 ปี จะมีกำหนด “อายุความ 20 ปี”
มาตรา 95 วรรคหนึ่ง (1) บัญญัติว่า
“อายุความในคดีอาญาสำหรับระวางโทษจำคุก 20 ปี ให้มีกำหนดอายุความ 20 ปี นับแต่วันกระทำความผิด”
😍ฉะนั้น ความผิดฐานะกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จึงมีอายุความ 20 ปี นับแต่วันกระทำความผิด
😍ปัญหาของคดีที่มักจะเกิดขึ้น คือ ไม่อาจจะหาวันที่มีการกระทำความผิดที่แน่นอนได้ อาจจะเพราะ จำไม่ได้ ไม่แน่ใจ กรณีแบบนี้ก็จะมักจำได้แบบ “จดจำเป็นเดือน” หรือ “จดจำเป็นครึ่งเดือน” หรือ “จดจำเป็นปี” เช่น จำได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณเดือน เมษายน ของปี 2545 หรือ จำได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณปลายปี 2556 เป็นต้น
😍กรณีที่ไม่อาจจะรู้วันที่กระทำความผิดที่แน่นอนได้ ก็มักจะถือเอา
- วันแรกของเดือนที่พอจำได้
- วันแรกของเดือนมกราคมของปีที่จำได้
ดังนั้น กรณีที่คดีใกล้จะขาดอายุความ ก็มักจะต่อสู้กันในเรื่องว่าความผิดเกิดขึ้นในวันเดือนปีใดกันแน่ ซึ่งภาระการพิสูจน์ในส่วนนี้ “เป็นภาระการพิสูจน์ของโจทก์”
😍โดยหากจำได้เป็นช่วงเวลา ศาลก็มักจะให้ถือเอาระยะเวลาที่จำได้ระยะหรือวันสุดท้ายเป็นวันเริ่มต้นนับอายุความ
ดู คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566
“เห็นว่า คดีนี้ได้ความจากาโจทก์ให้ข้อเท็จจริงว่า เหตุเกิดระหว่างเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2562 โจทก์ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 เมื่อนับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ยังไม่ขาดอายุความ”
😍ถ้าคดีขาดอายุความ ศาลก็พิพากษายกฟ้องได้เลย ไม่ต้องพิสูจน์กันเลยว่ามีการทำผิดจริงหรือไม่ หรือมีการพิสูจน์กันไปแล้วแต่เห็นว่าคดีขาดอายุความ ศาลก็พิพากษายกฟ้องเช่นกัน แม้ว่าจะพิสูจน์แล้วเห็นว่ามีการทำผิดก็ตา เพราะกฎหมายบังคับไว้โดยเด็ดขาดว่า “ถ้าคดีอาญาขาดอายุความศาลต้องยกฟ้องสถานเดียว”
มาตรา 185 ของ ป.วิ.อาญา บัญญัติว่า
“ถ้าศาลเห็นว่าคดีขาดอายุความ ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยตัวจำเลยไป”
ดู คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2561
“หากศาลเห็นว่า คดีขาดอายุความแล้วก็ดี ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 โดยไม่จำต้องไต่สวนมูลฟ้องและประทับรับฟ้องก่อน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสิบห้านั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสิบห้าฟังไม่ขึ้น”
✈️ดังนั้น วันเริ่มต้นกระทำความผิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวกับเรื่องอายุความ ถ้ารู้แน่ชัดว่าวันใดเป็นวันทำผิด ก็จะคำนวณได้ทันทีว่าอายุความขาดเมื่อใด
✈️ด้วยเหตุนี้ คดีที่เกิดมาเป็นระยะเวลานาน และไม่แน่ชัดเรื่องวันที่กระทำความผิด ก็มักจะเป็นข้อต่อสู้ในคดีว่าตกลงแล้วอายุความเริ่มนับในวันใด และอายุความขาดเมื่อใด”
ทั้งนี้ คำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาลเท่านั้นที่จะพิพากษาว่าผู้ใดเป็นผู้ที่มีมีความผิดจริง
#ทนายพัฒน์#ทนายเมียหลวง
