- 14 พ.ค. 2569
ล่าสุด ทราย สก๊อต เปิดใจหลังปล่อยคลิปเสียงสะเทือน พร้อมพูดถึงปมเก็บหลักฐานของญาติๆ ทั้งน้าและป้า บอกแล้วว่าโดนกระทำเรื่องอะไร
ยังคงเป็นเรื่องราวที่สังคมติดตามและให้ความสนใจ หลังจากที่ ทราย สก๊อต ออกมาเปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่างเจ้าตัวกับพี่ชายคือ พาย สุนิษฐ์ ที่บอกว่าเป็นการยอมรับเรื่องที่เคยกระทำล่วงละเมิดทรายซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆตั้งแต่ช่วงที่ทรายยังเด็ก พร้อมทิ้งบอมบ์ว่ายังมีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับญาติคนอื่นๆคือป้าๆน้าๆ ซึ่งเขาเก็บหลักฐานมาตั้งแต่เด็กเพราะไม่เคยไว้ใจเลย
โดยเมื่อวาน (13 พ.ค. 69) ทราย สก๊อต ได้โพสต์ในสตอรี่ไอจีถึงญาติคนอื่นๆว่าตนมีทั้งคลิปเสียงและภาพแคปหน้าจอข้อความของบรรดาป้า ๆ น้า ๆ เก็บไว้ทั้งหมด พร้อมเตือนว่าหากยังไม่หยุด ตนก็พร้อมเปิดหลักฐานเพิ่มเติมออกมาอีก
ล่าสุดวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ทราย สก๊อตให้สัมภาษณ์กับทาง "ห้องข่าวบันเทิง" ช่อง Workpoint ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทรายเผยว่า ทุกวันนี้มองว่าเรื่องใหญ่จริงๆ ไม่ใช่แค่ปมที่ดิน แต่คือ “คนที่ทำร้ายน้องตัวเองยังไม่ต้องรับโทษ” พร้อมยอมรับว่าคิดไปคิดมา หากอีกฝ่ายต้องเข้าคุกก็คงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
เจ้าตัวยังมองว่า คนที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้มักไม่หยุดแค่ครั้งเดียว และอาจไปก่อเหตุกับคนอื่นได้อีก เพราะเป็นพฤติกรรมที่ฝังลึก
ส่วนคลิปชี้แจงของ “พาย” พี่ชาย เจ้าตัวบอกตรงๆ ว่าไม่ได้ดู และไม่อยากเห็นหน้าอีกฝ่ายแล้ว
ขณะที่ “มายด์” ภรรยาของพาย ที่ออกมาพูดเรื่องที่ดิน ทรายสวนกลับว่า แทนที่จะชี้แจงเรื่องทรัพย์สิน อยากให้ออกมาพูดถึงพฤติกรรมของสามีมากกว่า เพราะมองว่าเรื่องนี้สำคัญกว่า
ทรายระบุว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เป็นคนรับผิดชอบจ่ายภาษีบ้านที่หัวหินเพียงคนเดียว
พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังครอบครัวว่า เหตุใดแม่ถึงเรียกคืนทรัพย์สินจากลูก ทั้งที่รับรู้มาตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นภายในบ้าน
สำหรับประเด็นถูกเชิญไปร่วมงานแต่งของพายและมายด์ ทรายยืนยันว่า ไม่เข้าใจว่าจะเชิญตนไปทำไม เพราะมองว่าการส่งการ์ดเชิญไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่การรับผิดตามกฎหมายต่างหากคือสิ่งที่ควรเกิดขึ้น
พร้อมทิ้งท้ายว่า คงเป็นเรื่องแปลกมาก หากต้องไปยืนร่วมงานหรือฉลองกับคนที่เคยทำร้ายตัวเอง
และเรื่องพูดถึงญาติและหลักฐาน ทรายเปิดใจว่า
เรื่องญาติๆ ในตระกูล คือ การที่จะเด็กกดเด็กชายคนนึง มันมีองค์ประกอบและตัวละครหลายๆ คน คนพวกนี้จะสื่อว่าเป็นคนที่หวังดี ดูแลเรา แต่ด้วยสัญชาตญาณที่อยู่กับคนพวกนี้มาทั้งชีวิต ตนรู้สึกไม่ไว้ใจและเก็บหลักฐานมาหมด อยู่ที่ว่าจะปล่อยเมื่อไหร่
อีกทั้งยังระบุว่า หากอีกฝ่ายต้องการติดต่อหรือพูดคุยจริง สามารถทำได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องผ่านทนายความเสมอไป
