- 17 พ.ค. 2569
สองพี่น้องชาวราชบุรี พลิกวิกฤตโควิด-19 กลับบ้านเกิด สร้างอาชีพใหม่ด้วยการเพาะพันธุ์ "หงส์ขาว-หงส์ดำ" ในร่องสวนมะพร้าว จนกลายเป็นศูนย์เรียนรู้สัตว์ปีกสวยงาม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ “บ้านสวนปานตั๊น” อ.บางแพ จ.ราชบุรี หลังทราบว่ามีเกษตรกรนำพื้นที่ร่องสวนมะพร้าวมาพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ปีกสวยงาม โดยเฉพาะการเพาะพันธุ์ “หงส์” ที่กำลังได้รับความนิยมและสร้างรายได้อย่างดีในปัจจุบัน
น.ส.วลัยรัตน์ ปานตั๊น เจ้าของสวน เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตนและน้องชายตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อกลับมาดูแลพ่อแม่ที่บ้านเกิด ด้วยความที่น้องชายชื่นชอบสัตว์ จึงเริ่มทดลองเลี้ยงเป็ดและห่าน ก่อนต่อยอดสู่การเพาะพันธุ์หงส์ขาวและหงส์ดำ ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นของฟาร์ม
ปัจจุบันใช้พื้นที่เพียง 2 ไร่ ในการเลี้ยงและเพาะพันธุ์หงส์ โดยเน้นระบบเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี 100% พร้อมจัดสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงธรรมชาติภายในร่องสวนมะพร้าว ส่งผลให้หงส์มีสุขภาพแข็งแรงและให้ผลผลิตคุณภาพดี
เจ้าของสวนยังเผยอีกว่า หงส์เป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมรักเดียวใจเดียว โดยจะเริ่มจับคู่ตั้งแต่อายุประมาณ 9 เดือน และอยู่ร่วมกันตลอดชีวิต เมื่อเข้าสู่ช่วงผสมพันธุ์ ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะช่วยกันสร้างรังจากเศษหญ้าและกิ่งไม้ พร้อมยกรังให้สูงจากพื้นเพื่อป้องกันความชื้นและสัตว์มีพิษ
หลังผสมพันธุ์ประมาณ 30 วัน หงส์ตัวเมียจะเริ่มวางไข่ โดยจุดเด่นคือทั้งพ่อและแม่จะผลัดกันฟักไข่ ขณะที่ตัวผู้จะคอยเฝ้าระวังภัยอย่างใกล้ชิด ทำให้อัตราการรอดของลูกหงส์สูงเกือบ 100% ใช้เวลาฟักประมาณ 35 วัน
สำหรับหงส์ดำ ถือเป็นสายพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย ปรับตัวเก่ง และให้ลูกได้ปีละ 4-5 ชุด ครั้งละประมาณ 5-7 ฟอง ราคาจำหน่ายอยู่ที่คู่ละประมาณ 35,000 บาท ส่วนหงส์ขาวจะใช้เวลานานกว่า กว่าจะเริ่มให้ไข่ต้องรอถึงประมาณ 5 ปี แต่มีขนาดตัวใหญ่และสวยสง่ากว่า โดยมีราคาสูงถึงคู่ละ 90,000 บาท
ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรีสอร์ต คาเฟ่ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการนำหงส์ไปสร้างบรรยากาศ รวมถึงกลุ่มนักสะสมสัตว์สวยงามจากทั่วประเทศ
น.ส.วลัยรัตน์ ยังแนะนำสำหรับผู้สนใจว่า หงส์เป็นสัตว์ที่เลี้ยงไม่ยาก ให้อาหารสำเร็จรูปวันละ 1 มื้อ และเสริมด้วยพืชน้ำธรรมชาติ เช่น แหนหรือผักตบชวา เพื่อลดต้นทุน สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีแหล่งน้ำสะอาดเพียงพอ เพราะหงส์ใช้ชีวิตในน้ำเป็นหลักถึง 80% เพื่อช่วยพยุงน้ำหนักตัวและดูแลสุขภาพขา
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาดูงานหรือขอคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่ “ศูนย์การเรียนรู้เรื่องการเพาะพันธุ์สัตว์ปีก บ้านสวนปานตั๊น” หมู่ 11 ต.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี หรือผ่านเฟซบุ๊ก “Walairat Pantun” และเพจ “บ้านสวนปานตั๊น” ได้โดยตรง
