"ศุภมาส" สั่งลุยเคส "เอเจนซี่ทิพย์" แอบอ้างโปรบินนอก นัดเจรจาคืนเงิน 21 พ.ค. นี้

“ขบวนการตั๋วเครื่องบินทิพย์” ศุภมาส สั่งลุยเคส เอเจนซี่ทิพย์ แอบอ้างโปรบินนอก หลอกบินญี่ปุ่น-เกาหลี-ยุโรป นัดเจรจาคืนเงิน 21 พ.ค. นี้

“ศุภมาส” สั่งฟัน “ขบวนการตั๋วเครื่องบินทิพย์” หลอกบินญี่ปุ่น-เกาหลี-ยุโรป เหยื่อร้อง 8 ราย เสียหายกว่า 10 ล้าน สั่ง สคบ. เร่งเคลียร์ทุกเคส บูรณาการ ปคบ. ล่ามิจฉาชีพในคราบเอเจนซี่ แนะ “3 เช็ก” ก่อนโอน

 

ศุภมาส สั่งลุยเคส เอเจนซี่ทิพย์ แอบอ้างโปรบินนอก นัดเจรจาคืนเงิน 21 พ.ค. นี้

วันที่ (16 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยภายหลังกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อ สคบ. กรณีถูกบริษัทเอเจนซี่หลอกขายตั๋วเครื่องบินเส้นทางญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป โดยแอบอ้างโปรโมชั่นจากสายการบิน แต่กลับไม่ได้รับตั๋วและไม่สามารถเดินทางได้จริง รวมเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

 

ศุภมาส สั่งลุยเคส เอเจนซี่ทิพย์ แอบอ้างโปรบินนอก นัดเจรจาคืนเงิน 21 พ.ค. นี้

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด สคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีตั๋วเครื่องบินทิพย์ในลักษณะนี้แล้ว 8 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท พฤติการณ์เป็นแบบ “หลอกสร้างความน่าเชื่อถือ” ช่วงแรกผู้ซื้อได้ตั๋วและเดินทางจริง เกิดการบอกต่อ จากนั้นตั้งแต่เมษายน 2569 บริษัทเริ่มไม่ส่งมอบตั๋ว ซ้ำเรียกเก็บเงินเพิ่มอ้างเป็นส่วนต่างค่าน้ำมันและภาษีสนามบิน เมื่อโอนเพิ่มก็ยังไม่ได้ตั๋ว และเมื่อทวงเงินคืนก็ผัดผ่อนไม่มีกำหนด เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการปกป้องประชาชนจากการหลอกลวงทางออนไลน์

“ดิฉันสั่งการให้ สคบ. ตั้งทีมเฉพาะกิจรับเรื่องร้องเรียนกรณีนี้เป็นการเร่งด่วน เปิดช่องทางพิเศษให้ผู้เสียหายทุกรายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิโดยเร็วที่สุด ขณะนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้บริโภคและมีหนังสือเรียกผู้ประกอบธุรกิจ และสายการบินเข้าพบพนักงานเจ้าหน้าที่ ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม และอาจจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจคืนเงินให้แก่ผู้บริโภค หากไม่สามารถตกลงกันได้ให้ดำเนินคดีแทนผู้บริโภคทันที ควบคู่กับการประสาน บก.ปคบ. ดำเนินคดีอาญากับขบวนการหลอกลวงทุกข้อหา ไม่มีข้อยกเว้น ดิฉันยืนยันว่า สคบ. ไม่ได้ทำงานเฉพาะการตรวจสอบหน้าบ้านอย่างเดียว แต่งานหลังบ้านในการตามเก็บเคสและช่วยเหลือผู้เสียหายเดินคู่ขนานกันทุกเคส” นางสาวศุภมาส กล่าว

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับเลขาธิการ สคบ. ให้รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้บริโภคทุก 7 วัน พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นระยะ เพื่อให้ประชาชนเห็นผลการทำงานที่จับต้องได้ และมั่นใจว่าทุกเรื่องร้องเรียนจะไม่ตกหล่น

นางสาวศุภมาส ฝากเตือนประชาชนยึดหลัก “3 เช็ก” ก่อนโอน
“เช็กตัวตน” ควรซื้อตรงจากผู้ให้บริการสายการบิน หรือผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ หากจำเป็นต้องซื้อผ่านเอเจนซี่ หรือผ่านผู้ให้บริการนำเที่ยว ควรตรวจสอบข้อมูลการขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจากกรมการท่องเที่ยว หรือกับผู้ให้บริการสายการบินว่าเอเจนซี่ดังกล่าวเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือไม่
“เช็กราคา” ระวังตั๋วราคาถูกผิดปกติเมื่อเทียบกับเว็บไซต์สายการบินหลัก
“เช็กเงื่อนไขการโอน” เลี่ยงโอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หากถูกขอโอนเพิ่มเพื่อแก้ “ดีลเก่า” ให้สันนิษฐานว่าเป็นกลโกง

“ใครคิดใช้ช่องว่างออนไลน์เอาเปรียบผู้บริโภค รัฐบาลและ สคบ. จะเอาจริงทุกราย ไม่ปล่อยลอยนวล เมื่อมีผู้เสียหาย 1 ครั้ง ดิฉันจะสั่งการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นแบบเดียวกันในทุกกรณี ผู้บริโภคที่เดือดร้อนทุกรายจะได้รับการช่วยเหลือ ขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบให้รอบคอบทุกครั้งก่อนโอนเงิน" นางสาวศุภมาส กล่าว

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเรื่องร้องทุกข์ได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สายด่วน สคบ. 1166 เว็บไซต์ www.ocpb.go.th และแอปพลิเคชัน OCPB Connect
////////////////