- 20 พ.ค. 2569
เปิดตำนานโบราณสถานล้ำค่า "ภาพสลักนูนต่ำพระนารายณ์บรรทมสินธุ์" กลางลำน้ำลำโดมใหญ่ จ.อุบลราชธานี หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ปรากฏอยู่บนแผ่นหินใต้น้ำ
“ภาพสลักนูนต่ำพระนารายณ์บรรทมสินธุ์” โบราณสถานอันทรงคุณค่าแห่งจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่บริเวณวังมน ลำน้ำลำโดมใหญ่ พื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม และอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นภาพสลักใต้น้ำแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีความโดดเด่นทั้งด้านศิลปกรรมและความเชื่อทางศาสนา
ลักษณะของภาพสลัก เป็นภาพพระนารายณ์บรรทมตะแคงขวาอยู่บนลำตัวพญาอนันตนาคราช 3 เศียร ปลายพระบาทสลักเป็นรูปนางลักษมี ส่วนบริเวณพระนาภีมีลักษณะเป็นเส้นยกขึ้น พร้อมวงรีที่ยังไม่ได้แกะสลักรายละเอียด และมีรูปพระพรหมประทับเหนือดอกบัว คาดว่ามีอายุอยู่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 15–16
นักวิชาการเชื่อว่า พื้นที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมหรือบวงสรวงของคนโบราณ และอาจเป็นศาสนสถานอีกรูปแบบหนึ่ง โดยมีคติความเชื่อว่า สายน้ำที่ไหลผ่านองค์พระนารายณ์เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่จะไหลหล่อเลี้ยงผู้คนและผืนดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์
ปัจจุบัน โบราณสถานแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักศิลปากรที่ 9 ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม และอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เทือกเขาพนมดงรัก
ในทุกปีช่วงต้นเดือนมีนาคม ระดับน้ำบริเวณวังมนจะลดลงจนเผยให้เห็นองค์พระอย่างชัดเจน และจะมีการจัดพิธีบวงสรวง “นารายณ์บรรทมสินธุ์” อย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นประเพณีสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศให้เดินทางมาสักการะเป็นประจำทุกปี
สำหรับภาพสลักแห่งนี้ ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2521 โดยชาวบ้านบ้านแข้ด่อน หมู่ 1 ตำบลโดมประดิษฐ์ ขณะออกหาปลาในลำน้ำลำโดมใหญ่ และได้พบภาพสลักอยู่บนแผ่นหินใต้น้ำบริเวณวังมน
จากข่าวสารและความเชื่อที่ได้พบภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ ทำให้ทราบถึงสำนักพระราชวัง จนในปี พ.ศ.2534 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ ทรงพระดำเนินโดยทางเท้า ระยะทาง 14 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง สร้างความปราบปลื้มให้กับราษฎรในตำบลโดมประดิษฐ์เป็นที่สุด
ทั้งนี้ ภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์จะจมอยู่ใต้น้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และจะสามารถมองเห็นได้เฉพาะช่วงหน้าแล้ง ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายนเท่านั้น โดยการเดินทางเข้าชมจำเป็นต้องเดินเท้าจากยอดลำโดมเป็นระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร
ที่มา : ศูนย์ศึกษาธรรชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)
ภาพ : ศูนย์ศึกษาธรรชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี (ปี 2569, ปี 2567) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม (ปี 2567)
