- 22 พ.ค. 2569
เกษตรกรเลี้ยงปลากะพงในกระชัง อ.เมืองชุมพร รวมตัวร้องเรียนหลังน้ำเสียสะสมบวกมวลน้ำชลประทานทะลักกระแทกพื้นที่เลี้ยง ทำปลาน็อกน้ำตายยกกระชังใน 10 นาที
ชุมพร (22 พฤษภาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชัง พื้นที่หมู่ 4 ตำบลท่ายาง และหมู่ 2 ตำบลบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายพิเศษ บุญยืน กำนันตำบลท่ายาง และเดินทางเข้าหารือกับ นายสุรพงศ์ ประสารวุฒิ นายกเทศมนตรีตำบลบางหมาก เพื่อเรียกร้องความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หลังเผชิญภัยพิบัติน้ำเสียหลากเข้าท่วมพื้นที่เลี้ยงปลา ส่งผลให้ปลากะพงน็อกน้ำตายเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมในพื้นที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 7,000,000 บาท
นายชัชชานนท์ รัตนาภรณ์ หนึ่งในเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงเปิดเผยข้อมูลด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า มหันตภัยครั้งนี้เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการน้ำ โดยช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนัก ทางชลประทานได้ทำการเปิดประตูระบายน้ำปล่อยน้ำลงสู่ลำคลองอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำที่ไหลบ่าอย่างรุนแรงได้พัดพาเอาสารแอมโมเนียและตะกอนขยะเน่าเสียที่หมักหมมสะสมมาจากเขตเทศบาลเมืองไหลลงมากระแทกบริเวณกระชังเลี้ยงปลาอย่างรุนแรง ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลงทันทีจนปลาตั้งตัวไม่ทันและสำลักน้ำเสียตายหมดเกลื่อนกระชังภายในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงทำลายผลผลิต แต่ยังซ้ำเติมโครงสร้างราคาอย่างรุนแรง จากเดิมปลากะพงในตลาดมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท แต่ปัจจุบันเมื่อปลาน็อกน้ำ เกษตรกรต้องจำใจเร่งช้อนซากปลามาเร่ขายในราคาขาดทุนย่อยยับเพียงกิโลกรัมละ 20–50 บาทเท่านั้น ส่วนปลาเน่าที่ขายไม่ทันก็จำเป็นต้องนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก โดยเฉลี่ยแล้วเกษตรกรสูญเสียเงินรายละประมาณ 200,000–300,000 บาท
นอกจากนี้ กลุ่มชาวบ้านยังได้ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ถึงโครงการ "โรงบำบัดน้ำเสีย" ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลบางหมาก ซึ่งก่อสร้างมานานกว่า 30 ปี และมีการอนุมัติงบประมาณซ่อมแซมรวมถึงวางท่อระบบซ้ำหลายครั้ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถเปิดใช้งานบำบัดน้ำเสียได้จริง ปล่อยให้น้ำทิ้งจากชุมชนไหลลงสู่คลองธรรมชาติโดยตรงจนเกิดความสูญเสียซ้ำซาก ด้านนายเสกสรร ไทยนุกูล เกษตรกรอีกราย ระบุว่าปัญหานี้ฝังรากลึกและทำลายระบบนิเวศรวมถึงวิถีชีวิตชาวบ้านมานานแต่กลับไร้การเหลียวแลอย่างจริงจัง
ด้าน นายพิเศษ บุญยืน กำนันตำบลท่ายาง กล่าวว่า สิ่งที่ชาวบ้านต้องการเร่งด่วนคืออยากให้หน่วยงานชลประทานมีการประสานแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนจะเปิดระบายน้ำ เพื่อให้กลุ่มผู้เลี้ยงปลาสามารถเตรียมตัวรับมือหรือช้อนปลาขายได้ทัน ท่ามกลางความเสียหายที่กระจายวงกว้าง ขณะที่ นายสุรพงศ์ ประสารวุฒิ นายกเทศมนตรีตำบลบางหมาก ชี้แจงว่า ขณะนี้ทางเทศบาลได้ทำหนังสือประสานไปยังหน่วยงานประมง แจ้งไปยัง สส.วิชัย ในพื้นที่ และรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อตั้งคณะกรรมการเยียวยาและหามาตรการบล็อกปัญหาน้ำเสียในระยะยาวแล้ว
