"ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านค้าลงทะเบียนวันไหน เปิดรายละเอียดขั้นตอนสมัคร

อัปเดต "ไทยช่วยไทยพลัส" ร้านค้าลงทะเบียนวันไหน เปิดรายละเอียดขั้นตอนสมัคร คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ไทยช่วยไทยพลัส ร้านค้าลงทะเบียนวันไหน ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเปิดโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ร้านค้าชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ

 

ไทยช่วยไทยพลัส ร้านค้าลงทะเบียนวันไหน เปิดรายละเอียดขั้นตอนสมัคร

โดยในส่วนของร้านค้านั้น ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 


ขณะที่ร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบนี้ได้

คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้

1.1 ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ

1.2 ร้านค้าธงฟ้าฯ ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ

1.3 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ

1.4 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้

  • ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
  • ต้องไม่เป็นการประกอบกิจการที่ดำเนินการในลักษณะที่ไปรับสินค้าของบุคคลอื่นแล้วนำไปจำหน่ายและนำส่งค่าสินค้าที่จำหน่ายได้ให้แก่บุคคลที่ตนไปรับสินค้ามา โดยได้รับค่าตอบแทนที่คำนวณจากยอดขายสินค้าที่สามารถจำหน่ายได้หรือค่าตอบแทนอื่นใด
  • ต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้


2. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้

2. 1 ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย

2. 2 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น 
    

3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ

รถร่วมบริการที่เข้าร่วมเดินรถกับผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)


4. เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567
    
ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย


5. ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่

(1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส 


ประเภทสินค้าและบริการ
อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า ทั้งนี้การกำหนดเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและบริการของโครงการไทยช่วยไทย  พลัส (60/40) ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้กำหนด 


ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ

 

สำหรับร้านค้าถุงเงินที่เคยเข้าร่วม โครงการคนละครึ่ง พลัส และผ่านการอนุมัติเข้าร่วมโครงการ

  1. อัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และตรวจสอบบัญชีรับเงิน
  2. ร้านค้าเก่าที่ผ่านเกณฑ์โครงการ กดรับข้อตกลงเงื่อนไข วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้น 

 

ไทยช่วยไทยพลัส ร้านค้าลงทะเบียนวันไหน เปิดรายละเอียดขั้นตอนสมัคร


สำหรับร้านค้าใหม่ การเตรียมพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการ

1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และสมัครเป็นร้านค้าถุงเงินสำเร็จ

2. เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ

3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปติดต่อกับหน่วยงานดังนี้


หน่วยงานกระทรวงมหาดไทย (แบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับกระทรวงมหาดไทย)

  • ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป
  • ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน / OTOP
  • ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น 

        

หน่วยงานธนาคารกรุงไทย (แบบฟอร์มการสมัครร้านค้า สำหรับตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ)

  • ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ แท็กซี่มิเตอร์ รถตู้โดยสารประจำทาง รถยนต์สามล้อ รถสองแถว รถจักรยานยนต์รับจ้าง
  • ต้องเป็นนิติบุคคลไทยที่ยื่นภาษี (ภ.ง.ด. 50) รอบปี 2567 รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท (ณ 30 เม.ย. 2569)
  • ประกอบธุรกิจขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป หรือบริการขนส่งสาธารณะ

    

4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันประกอบกิจการจริง มายื่น ณ จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569


5. ร้านค้าที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับ SMS และปรากฏแบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) บนแอปฯ ถุงเงิน ทั้งนี้ผลการพิจารณาจะเป็นไปตามเงื่อนไขโครงการ

 

ไทยช่วยไทยพลัส ร้านค้าลงทะเบียนวันไหน เปิดรายละเอียดขั้นตอนสมัคร

 


สำหรับร้านค้าที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ฟู้ดเดลิเวอรี

  • ร้านค้าผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ได้ตั้งแต่ 10 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป เฉพาะร้านค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น
  • กดแบนเนอร์ โครงการฟู้ดเดลิเวอรี บนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข 


การรับสิทธิและออเดอร์


ร้านค้าทั่วไปที่มีหน้าร้าน

  • ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 23:00 น. 


ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ผูกแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี

  • ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 เวลา 06:00 - 21:00 น. 


เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการของร้านค้า

  • ต้องสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน
  • ได้รับการอนุมัติเป็นร้านค้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยหน่วยงานรัฐ
  • ร้านค้าที่ได้รับการอนุมัติ ต้องกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ ก่อนรับสิทธิ
  • ร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สามารถสมัครเข้าร่วมแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ได้ 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น
  • ร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี รับออร์เดอร์ ภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ก่อนเวลา 21:00 น. 

 

เงื่อนไขการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

  • ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ
  • ต้องไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ หรือฝ่าฝืนมาตรการใดๆ ของรัฐเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
  • การซื้อ-ขายสินค้า / รับ-ให้บริการผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR Code เพื่อชำระค่าสินค้า/บริการกันแบบพบหน้า (face-to-face) โดยไม่มีการดำเนินการไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด
  • รับชำระค่าสินค้า/บริการที่รัฐสนับสนุนวงเงินร่วมจ่าย
  • ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล (Gift Voucher/Gift Card) บัตรเงินสด (Cash Card) และสินค้า/บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระล่วงหน้า (prepaid)
  • การซื้อสินค้า/บริการจริงตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการทอนเงินสดหรือรับแลกสินค้า/บริการคืนเป็นเงินสด ไม่ว่ากรณีใด
  • ห้ามปฏิเสธการใช้สิทธิตามโครงการของลูกค้าหากยังมีสิทธิเหลืออยู่ เว้นแต่เป็นความผิดของลูกค้าหรือเป็นเหตุสุดวิสัยอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
  • ห้ามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกระทำการใด ๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดต่อมาตรการ/โครงการของรัฐ หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการฯ หรือมาตรการ/โครงการใด ๆ ของรัฐ ห้ามผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ